กองปราบฯ เตรียมเรียก'อั้ม พัชราภา'สอบปากคำ

กองปราบฯ เตรียมเรียก'อั้ม พัชราภา'สอบปากคำ

กองปราบฯ เตรียมเรียก"อั้ม พัชราภา"สอบปากคำเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจไม่เกี่ยวข้อง อ้างชื่อป่วยขอยืมเงินรักษาตัว

จากกรณี นายปรีชา ชินวาณิชย์ อายุ 50 ปี เจ้าของเต็นท์รถมือ 2 เดอะวัน ย่านถนนศรีนครินทร์ พร้อมด้วยน.ส.ชญาดา ชินวาณิชย์ อายุ 51 ปี พี่สาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองกำกับการ5กองบังคับการปราบปราบเพื่อแจ้งความร้องทุกข์หลังถูก นายพัชราวรรธน์ หรือโจม คำแหง อยู่บ้านเลขที่ 103/55 หมู่ 5 ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของร้านเสื้อผ้า “พัชราภากรุ๊ป บาย พัชราวรรธน์” แฟนคลับ “อั้ม-พัชราภา” นางเอกดังแห่งช่อง7สี อ้างว่าดาราสาวคนดังป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกกำลังเดือดร้อนเงินหนักขอยืมเงินรักษาตัว ก่อนหลงเชื่อโอนเงินให้ไปหลายครั้งรวม 8 ล้านบาท กระทั่งมาทราบความจริงจากอั้ม พัชราภาว่า ไม่ได้ป่วย และไม่ได้ติดต่อกับแฟนคลับรายนี้นานแล้ว

ที่ กองบังคับการปราบปรามเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 27 พฤศจิกายน  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเจ้าของคดีเตรียมเชิญตัวผู้เสียหายคือ นายปรีชา ชินวาณิชย์ อายุ 50 ปี เจ้าของเต็นท์รถมือ 2 เดอะวัน ย่านถนนศรีนครินทร์ และ น.ส.ชญาดา ชินวาณิชย์ อายุ 51 ปี พี่สาว มาให้ปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็นอีกครั้ง เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเตรียมประสานไปยังธนาคารเพื่อขอตรวจสอบบัญชีการเงินของผู้เสียหายเพื่อดูความเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมการเงินกับนายพัชราวรรธน์ หรือโจม คำแหง ผู้ถูกกล่าวหาว่ามีการโอนเงินให้ตามที่ผู้เสียหายได้ให้ปากคำไว้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาดำเนินการในส่วนนี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์

นอกจากนี้รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังจากที่มีการดำเนินการตรวจสอบการทำธุรกรรมการเงินของผู้เสียหายกับผู้ถูกกล่าวหาเสร็จสิ้นแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนกองกำกับการ5กองบังคับการปราบปรามก็จะทำการเชิญตัวน.ส.พัชราภา ไชยเชื้อ หรือ อั้ม นางเอกสาวชื่อดัง มาให้ปากคำในฐานะพยานกับทางพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่หากดาราสาวสะดวกที่จะมาเข้าให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ก็สามารถติดต่อประสานเข้ามาได้ตลอดเวลา

ขณะที่ในส่วนของนายพัชราวรรธน์ ผู้ถูกกล่าวหา ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถสอบปากคำดาราสาวเสร็จสิ้นแล้วนั้นก็จะดำเนินการออกหมายเรียกให้นายพัชราวรรธน์ผู้ถูกกล่าวหามาเข้าพบพนักงานสอบสวนในทันที โดยหากพนักงานสอบสวนส่งหมายครั้งแรกแล้ว นายพัชราวรรธน์ ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ก็จะทำการส่งหมายเรียกครั้งที่2แต่หากนาย พัชราวรรธน์ยังปฎิเสธการเข้าพบ ทางพนักงานสอบสวนก็จะส่งสำนวนคดีไปที่ยังศาลแขวงพระโขนงเพื่อขออำนาจศาลในการออกหมายจับต่อไป