'ไพบูลย์'แจงไม่ละเลยตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์

'ไพบูลย์'แจงไม่ละเลยตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์

"ไพบูลย์"แจงไม่ละเลยตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ย้ำทำตามขั้นตอนไม่ใช่แค่ลดกระแส วอนแยกแยะปมทุจริตออกจากคดี.112

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการตรวจสอบของกองทัพบกดำเนินการเป็นการตรวจสอบภายในหน่วยงานแล้วขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตั้งกรรมการสอบเป็นการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกในฐานะผู้บังคับบัญชากองทัพบก ขณะเดียวกันศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)ซึ่งเป็นหน่วยอิสระก็ทำการตรวจสอบคู่ขนานอีกทางหนึ่ง  ดังนั้น ถือว่าเรื่องนี้ไม่มีการละเลย  แต่ตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอนตามปกติไม่ใช่เพื่อลดกระแสกดดัน  แต่ขอให้รอผลสอบซึ่งต้องใช้ระยะเวลาสักระยะ  เร่งรัดมากไม่ใช่เรื่องดี เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหากไม่รอบคอบก็จะไม่เป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา                      

เบื้องต้นได้รับรายงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่น(สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามดารทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)โดยทั้ง 3 หน่วยงานให้ข้อมูลตรงกันว่ามีการใช้งบหลวงกว่า 60 ล้านบาท ในการสร้างจริง ส่วนที่ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) แถลงว่าไม่มีการใช้งบหลวงนั้น ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นการตรวจในส่วนตั้งแต่การเริ่มสร้างอุทยานที่เป็นงบบริจาคแต่งบหลวงที่ใช้เป็นการใช้ปรับพื้นที่กองทัพก่อนส่งมอบให้สร้างอุทยานซึ่งเป็นคนละส่วนกัน                   

พล.อ.ไพบูลย์  กล่าวต่อว่า ต้องขอทำความเข้าใจกับประชาชน ให้แยกแยะเรื่องอุทยานราชภักดิ์ ในเรื่องทุจริตและความผิดมาตรา 112  ว่าเป็นคนละส่วนกัน เพียงแต่อาจมีกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันเข้าไปเกี่ยวข้อง การทุจริตที่คาดว่าใช้เงินไม่ถูกต้องเป็นเรื่องหน่วยงานที่ต้องสะสาง ส่วนการแอบอ้างและมีความผิด ม. 112 เป็นเรื่องส่วนบุคคล ดังนั้น. การตรวจสอบของศอตช. และกระทรวงกลาโหม จะตรวจเฉพาะการใช้งบประมาณไม่เกี่ยวกับคดี ม.112                         

"มีความพยายามผูกโยงเรื่องนี้เข้ากับเรื่องการเมือง โดยมีกลุ่มการเมืองนำไปเป็นประเด็นให้ผูกพันกับคสช.รัฐบาลและทหาร. ปัญหาทุจริตเป็นเรื่องยากที่จะ ปราบได้หมดทุกกรมก็มักพบการใช้งบฯไม่ถูกต้อง แต่หน่วยงานนั้น ๆ ต้องไปตรวจสอบ"รมว.ยุติธรรม กล่าว