วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 27 พฤศจิกายน 2558

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 27 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังจากที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 6 วัน เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากที่เครื่องบินรบของกองทัพรัสเซียได้ถูกยิงตกโดยตุรกี ซึ่งเครื่องบินรบไปตกลงในเขตประเทศซีเรียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้รัสเซียได้ประกาศการตอบโต้ซีเรีย โดยทำการส่งเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ มุ่งหน้าสู่ทะเลดำมาประจำฐานทัพในซีเรีย และส่งเครื่องบินรบบินคุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิดทุกเที่ยวบินในปฏิบัติการโจมจีกลุ่มไอเอส

- นักลงทุนจับตามองการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค. โดยตลาดมีการคาดการณ์ว่า โอเปคจะยังคงรักษากำลังการผลิตไว้ที่ระดับเดิม เพื่อจะรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ที่เดิม ถึงแม้ว่าอิหร่านจะกลับเข้ามาในตลาดก็ตาม โดยอิหร่านสามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ถึง 32 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่อผู้ผลิตน้ำมันดิบรายเล็กว่าราคาน้ำมันดิบอาจจะลดลงอย่างรุนแรงถึงระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

-/+ ท่ามกลางการปรับตัวเพิ่มชึ้นของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของจีนในเดือน ต.ค. ก็ได้ปรับตัวลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ เม.ย. 57 ที่ผ่านมา เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีนมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1% หรือเท่ากับ 10.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังก็ปรับตัวลดลงถึง 14% ด้วยกัน ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลการทำประมง ส่วนปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับตัวลดลง 1% เนื่องจากมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดประจำชาติในช่วงต้นเดือน ต.ค.

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ยังคงมีแรงหนุนจากการที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงการที่จำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันลดลง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ขุดเจาะหลุมน้ำมันยังคงจับตารอคอยให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มสูงขึ้นก่อน จึงค่อยเพิ่มจำนวนหลุมเจาะน้ำมันขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดยังซบเซาและมีอุปสงค์ในภูมิภาคค่อนข้างเบาบาง โดยเฉพาะอุปสงค์จากทางด้านประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ถึงแม้ว่าตลาดน้ำมันเบนซินจะดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปทานจากทางประเทศจีนลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดีเซลในตลาดคาดว่าจะมีปริมาณสูงขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ กลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากการปิดซ่อมบำรุง

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 4 ธ.ค. 58 นี้ ว่าโอเปคจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบหรือไม่ หลังล่าสุดซาอุดิอาระเบียออกมาให้ความเห็นว่าพร้อมที่จะเจรจาร่วมกับผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันไว้ ไม่ให้ลดต่ำลงมากกว่านี้ ซึ่งสวนทางกับนโยบายเดิมของโอเปคที่พยายามคงกำลังการผลิตระดับสูงเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้

- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลายอาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น หลังล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ตุรกียิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกเมื่อวันอังคารที่ 24 พ.ย. เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กับรัสเซีย และส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลายและกลายเป็นชนวนที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย รวมถึงสงครามในอิรักของกลุ่ม ISIS ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 20 พ.ย. 58) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในเดือน เม.ย. 58 ที่ 490.9 ล้านบาร์เรล และถือว่ามากกว่าช่วงเดียวของปีที่แล้วกว่าร้อยละ 27

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาออกมาเป็นที่น่าพอใจ

                                               -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999