Daily Market Outlook (27 พ.ย.58)

Daily Market Outlook (27 พ.ย.58)

ความคาดหวังปัจจัยบวก

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากความคาดหวังแนวโน้มที่เป็นบวกทั้งจากในและต่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3% ปีนี้ดีกว่าเดิมที่คาดไว้ 2.8% มุมมองการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลกำลังจะเป็นรูปธรรมและเร่งตัวขึ้น ในต่างประเทศ ECB มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าจะออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอย่างแรงในสัปดาห์หน้า


หุ้นเด่นวันนี้: BBL (Bt170.00; ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 59 ของ AWS 188.00 บาท)

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของสินเชื่อในปี 59 และต่อจากนั้น เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อในช่วงเวลานี้น่าจะได้รับแรงผลักดันอย่างมากจากสินเชื่อรายใหญ่ซึ่งสอดคล้องกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่า ธนาคารหลายๆแห่ง จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารเหล่านี้แย่ลง แต่ BBL สามารถที่จะรักษาระดับอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL ratio) ในระดับต่ำ และมี coverage ratio สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ 2.8% และ 172.5% ตามลำดับ เราเชื่อว่าการตั้งสำรองหนี้สูญเป็นจำนวนมากจะทำให้ธนาคารได้เปรียบคู่แข่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการพยายามที่จะเพิ่มปริมาณเงินตั้งสำรองให้เพียงพอ นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ CAMEL แสดงให้เห็นว่า ธนาคารมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่ง BBL อยู่ในลำดับที่ 2 จากธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 11 แห่ง และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ปัจจุบัน BBL ซื้อขายกันที่อัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชีที่ถูกที่ 0.9 เท่า ซึ่งเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่จะทยอยเก็บก่อนโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของรัฐจะเริ่มในไม่ช้านี้ ถึงแม้ว่า เราคาดกำไรสุทธิปี 59 และ 60 จะอยู่ที่ระดับปานกลางที่ 12.19% และ 7.11% ตามลำดับ แต่มีแนวโน้มอย่างสูงที่นักวิเคราะห์จะปรับประมาณการการเติบโตของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขึ้นเมื่อโครงการของรัฐได้เริ่มเข้ามามีบทบาท Price Pattern ของ BBL เกิดความแข็งแกร่งในระยะสั้นและระยะกลางจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Buy Signal แต่ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิด Monthly Sell Signal อยู่ อย่างไรก็ตามคาดว่าในระยะสั้นถึงระยะกลาง Price Pattern ของ BBL ยังน่าจะมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ โดยเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ BBL คาดว่าจะได้เห็นการปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายแรกที่ 172.00 บาท และหาก Price Pattern ของ BBL ยังมีความแข็งแกร่งมากพอ โดยสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 172.00 บาทได้ คาดว่าน่าจะปรับตัวขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นที่ 180.00 บาท โดยรอบนี้ Price Pattern ของ BBL มีจุด Stop Loss อยู่ที่ 165.00 บาท (Resistance: 170.50, 171.00, 172.00; Support: 169.50, 169.00, 168.00)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ไทย-อิหร่านมุ่งส่งเสริมการค้า ด้วยความหวังว่าอิหร่านจะยกเลิกการคว่ำบาตร ไทยได้เดินหน้าภารกิจในอิหร่านเพื่อพบกับ รมต.หลัก เช่น การค้า ปิโตรเลียม การทางและการพัฒนาเขตเมืองและอุตสาหกรรม ทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะเพิ่มการค้าทวิภาคีไปสู่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 3 ปี จาก 3 ร้อยล้านดอลลาร์ในปี 57 (The Nation)

• รมว.คลังเซ็นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถึง 1.8 แสน ลบ.ในสิ้นปี รมว.คลังได้กล่าวหลังจากประชุมกับ รมว.คมนาคมว่าจะเซ็นสัญญาหกโครงการมูลค่า 1.8 แสน ลบ.ภายในสิ้นปีโดย 1.3-1.4 แสน ลบ. จะอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบจริงๆ ราวปีหน้า (The Nation)

• รมว. ไอซีทีสนับสนุนสตารท์อัพ รมว. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ตั้งเป้าสนับสนุนกลุ่มธุรกิจสตารท์อัพด้านเทคโนโลยี ด้วยแผนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอิ้อต่อสตารท์อัพไทย รวมถึงตั้งงบประมาณ 170 ลบ สำหรับการร่วมลงทุนในปี 2559(The Nation)

• สคช. มองบวกต่อการเติบโต สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มองบวกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจจะเติบโตได้ 3% ในปีนี้ จากเดิมที่ปรับลดตัวเลขคาดการณ์มาอยู่ที่ 2.8% ส่วนหนึ่งมาจากเข้าสู่ฤดูการใช้จ่ายภายในประเทศ (The Nation)

• นักลงทุนสถาบันเทขายหุ้นสื่อสาร บาง บล.เห็นว่าการเทขายมาจากความกังวลเรื่องต้นทุนใบอนุญาตที่น่าจะสูงของการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ที่จะถึงนี้และอาจมีค่าใช้จ่ายลงทุนขยายเครือข่ายรวมถึงมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นด้วย (Post Today) ความเห็น: เราเห็นว่าเทขายกันมากเกินไป เพราะจริงๆ แล้วต้นทุนใบอนุญาตตัดจำหน่ายถึง 18 ปีและค่าใช้จ่ายในการขยายเครือข่ายน่าจะน้อยกว่าตอน 3จีมาก เราเชื่อว่าผลกระทบน่าจะน้อยกว่าที่เขาคาดกัน เรายังคงแนะนำซื้อสำหรับ ADVANC และ DTAC ด้วยราคาเป้าหมายปี 59 ที่ 266 บาทและ 62.50 บาทตามลำดับ

• CBG (36.5 บ.) บมจ. คาราบาวกรุ๊ป คาดเม็ดเงินสนับสนุนความร่วมมืออย่างเป็นทางการแก่ทีมฟุตบอลเชลซีประเทศอังกฤษมูลค่า 30 พันล้านปอนด์จะช่วยให้คาราบาวกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกและเพิ่มสัดส่วนการส่งออกเป็น 50% ภายในปี 61 จาก 30% ในปีก่อน CBG มุ่งหวังเจาะตลาดใหม่ได้แก่ อังกฤษ ยุโรป ตะวันออกกลาง ละตินเมริกา อินโดนีเซียและจีน บริษัทยังมีแผนใช้เงินลงทุน 500-600 ลบ. ขยายกำลังผลิตสองเท่าตัวเป็น 700 ล้านกระป๋องและกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดโรงงานที่เบลเยี่ยม ในปี 2558 บริษัทคาดการณ์รายได้อยู่ที่ 8 พันลบ. เพิ่มขึ้นจาก 7.57 พันลบ. ในปีก่อน (Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• เงินยูโรขยับตัวลงเกือบต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐและอ่อนค่าลงเทียบกับเงินเยนเมื่อวันพฤหัส: เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.1% อยู่ที่ 1.0610 ดอลลาร์สหรัฐและเมื่อเทียบกับเงินเยน เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.2% อยู่ที่ 130.10 เยน ไม่ไกลจากระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 129.77 เยน เมื่อวันพุธ (Reuters)

• รัสเซียขู่จะใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรฐกิจกับซีเรียเมื่อวันพฤหัส และกล่าวว่ารัสเซียกำลังรอคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับการยิงเครื่องบินรบของรัสเซีย นาย Alexei Ulyukayevรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจกล่าวว่ารัสเซียจะจำกัดเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับจากตุรกี ระงับการเตรียมที่จะเปิดเขตการค้าเสรีร่วมกัน และจำกัดโครงการที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนรวมทั้งโครงการท่อส่งก๊าซ TurkStreamและโรงงานพลังงานนิวเคลียร์มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งรัสเซียกำลังก่อสร้างอยู่ในตุรกี (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดวอลล์สตรีทปิดทำการเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า (พฤหัส) และจะเปิดทำการครึ่งวันเช้าในวันศุกร์ (Reuters)


ยุโรป:

• หุ้นยุโรปพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากการที่ตลาดเชื่อมั่นมากขึ้นว่า ECB จะออกมาตรการทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ผลประกอบการแข็งแกร่งของผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ Infineon และการดีดตัวขึ้นของราคาแร่โลหะ ก็ช่วยหนุนตลาด (Reuters)

• สินเชื่อในยุโรดซนขยายตัวด้วยอัตราเร็วที่สุดในรอบ 4 ปี ในเดือน ต.ค.ในขณะเดียวกัน การหมุนเวียนของเงินตราก็ขยายตัวเร็วกว่าคาด จากตัวเลขของ ECB อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ยังถือเงินสดเป็นเงินฝากตลาดข้ามคืนของ ECB อีก 1.6 แสนล้านยูโร แม้จะได้ดอกเบี้ยอัตราติดลบ ซึ่งทุกฝ่ายมองว่า ECB ต้องหาหนทางนำเงินจำนวนนี้ออกมาสู่ระบบเศรษฐกิจให้ได้ (Reuters)

เอเชีย: 

• เงินเฟ้อและการจับจ่ายใช้สอยในญี่ปุ่นต่างหดตัวลงในช่วงเดือน ต.ค. นับเป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปัจจุบัน และกดดันให้ทีมกำหนดแผนและนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งรัดมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมมากขึ้น โดยดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งนับรวมราคาน้ำมันแต่ไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวลดลง 0.1% ตามที่ตลาดคาด ซึ่งนับเป็นการหดตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนหดตัวลง 2.4% YoYสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวเล็กน้อย 0.1% (Reuters)

• อัตราการว่างงานในญี่ปุ่นเดือน ต.ค. ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.1% จาก 3.4% ในเดือน ก.ย. ก่อนหน้า และดีกว่าที่ตลาดประเมินว่าจะทรงตัวที่ 3.4% (Reuters)
• จีนเดินหน้าปฏิรูปตลาดการเงิน อาทิ การขยายตลาดทุนเพื่อรองรับสำหรับนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมไปถึงการยกระดับความเข้มงวดเพื่อป้องกันกระแสเงินทุนข้ามประเทศที่ผิดกฎหมาย (Reuters) 


สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันร่วงวันพฤหัสหลังบวกมาหกวัน จากความกังวลว่าความตึงเครียดที่มากขึ้นในตะวันออกกลางที่อาจกระทบอุปทานได้ผ่อนลงและหันมาจับตาเรื่องปริมาณน้ำมันที่ล้นเกินมาอย่างยาวนาน Brent ลง 77 เซนต์ปิดที่ 45.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบสหรัฐลด 32 เซนต์ ปิดที่ 42.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตอนนี้ตลาดมาจับตาที่การประชุมของ รมต.จากโอเปคในเวียนนาวันที่ 4 ธ.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการผลิตของกลุ่ม (Reuters)

• ราคาทองซื้อขายที่จุดต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีวันพฤหัส เพราะดอลลาร์ก็ลอยตัวอยู่จุดสูงสุดในรอบหลายเดือนหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหนุนการคาดการณ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ทองคำตลาดจรสหรัฐคงอยู่ที่ระดับ 1,070.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ตลาดทองคำตลาดจรสหรัฐล่วงหน้าปิดเนื่องจากวันขอบคุณพระเจ้า (Reuters)