สนช. แฉทุจริตสินเชื่อเกษตร จ้างบริษัทขายดอกไม้ผลิตปุ๋ย

สนช. แฉทุจริตสินเชื่อเกษตร  จ้างบริษัทขายดอกไม้ผลิตปุ๋ย

สนช. แฉทุจริตสินเชื่อเกษตรรัฐบาลที่แล้ว จ้างบริษัทขายดอกไม้ผลิตปุ๋ย ผูกขาดการค้าเพียง 4 บริษัท มีนายทหารในพรรคการเมืองใหญ่เอี่ยวด้วย

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 เป็นประธาน ซึ่งในการประชุมเพื่อพิจารณากระทู้ถามทั่วไป ในเรื่องปัญหาการทุจริตโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร โดยนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสนช. ได้ถามนายกรัฐมนตรีว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลที่แล้วไม่ใช่รัฐบาลนี้  ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการถึง 4.2 ล้านคน โดยมีความผิดปกติและไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นเริ่มจากตัวบัตรสินเชื่อเกษตรกร ที่สั่งทำจากประเทศเกาหลีในราคาใบละ 200 บาท มีรวมมูลค่า 800 กว่าล้านบาท ซึ่งถ้าหากทำในประเทศจะมีราคาไม่เกินใบละ 50 บาท อีกทั้งบัตรดังกล่าวจะรูดซื้อสินค้าได้เฉพาะอุปกรณ์การเกษตรเช่น ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืชในร้านค้าร่วมของบริษัท ไทยธุรกิจเกษตร จำกัด (แทปโก้) ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ถือหุ้นอยู่เท่านั้น ซึ่งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เทปโก้นำมาจำหน่ายจะมีเฉพาะของบริษัท 4 แห่ง

อีกทั้งมีราคาแพงกว่าท้องตลาด โดยอ้างว่าเป็นความต้องการของเกษตรกร ทั้งที่มีบริษัทปุ๋ย และยาฆ่าแมลงที่มาขึ้นทะเบียนเป็นร้อยแห่งและหนึ่งในสี่บริษัทก็มีนายทหารใหญ่ที่อยู่ในพรรคการเมืองใหญ่เกี่ยวข้องด้วยถือเป็นการผูกขาดการจำหน่ายเอง และเกษตรกรได้รับสินค้าไม่มีคุณภาพ หรือปุ๋ยปลอมไปใช้ เพราะทั้ง 4 บริษัทมีคดีถูกฟ้องร้องเรื่องผลิตปุ๋ยปลอมอยู่ 

นายกิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยังพบว่าแทปโก้มีการจ้างบริษัทเล็กๆมาผลิตปุ๋ย 4 แสนตัน แต่โรงงานที่ไปจ้างผลิตนั้นกลับเป็นบริษัทขายดอกไม้ ไม่เกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยเรื่องเหล่านี้เป็นผลมาจากนโยบายบัตรสินเชื่อเกษตรกรที่พรรคการเมืองหนึ่งคิดออกมา ก่อนหาเสียงเลือกตั้งไม่กี่วันโดยตนจะนำข้อมูลความไม่ชอบมาพากล ซึ่งมีรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปรายปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป 

ขณะที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรีว่าในส่วนบริษัทที่เป็นคู่ค้ากับแทปโก้มีทั้งหมด 14 บริษัท ซึ่งจะให้ธกส.จัดทำเอกสารชี้แจงเรื่องวิธีการจัดจ้าง และคุณสมบัติบริษัทที่เป็นคู่ค้าเพื่อชี้แจงต่อไป