สนช.ชงร่างพรบ.ควบคุมขอทาน

สนช.ชงร่างพรบ.ควบคุมขอทาน

สนช.ชงร่างพ.ร.บ.ควบคุมขอทาน แยกวณิพกออกจากขอทานชัดเจน ด้าน‘สุวพันธุ์’ แจงครม. พิจารณาอย่างน้อย 20 วัน

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. คนที่ 2 เป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน ที่นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกสนช.กับคณะเป็นผู้เสนอ โดยนายมณเฑียรกล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีพ.ร.บ.ควบคุมขอทาน พ.ศ.2484 ซึ่งใช้มาแล้ว 74 ปี แต่ปัจจุบันได้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการผู้พิการทางร่างกายอยู่มากมาย ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย โดยจะเห็นว่า พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ไม่ได้มีความเหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน นอกจากนี้ยังไม่ได้แยกพฤติกรรมการแสดงออกทางความสามารถออกจากขอทานซึ่งเป็นสิ่งที่สากลปฏิบัติกัน  

นายมณเฑียรกล่าวอีกว่า สาระสำคัญในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดลักษณะของพฤติกรรมที่เข้าข่ายขอทานอย่างชัดเจนและแยกการแสดงดนตรีหรือความสามารถในที่สาธารณะออกจากการขอทาน โดยการกระทำดังกล่าวจะต้องแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นก่อนเล่นและยังได้ระบุให้บุคคลที่เป็นขอทานจริง ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ให้ถือว่าเป็นคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อีกทั้งการปฏิบัติกิจวัตรตามศาสนาและประเพณีไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายนี้ นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ผู้ที่บังคับขู่เข็ญ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริม หรือว่ากระทำด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้อื่นมาขอทาน รับโทษทางอาญาด้วย          

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความสำคัญกับกฎหมายในเรื่องนี้ เนื่องจากจะเป็นกลไกหนึ่งของการแก้ไขปัญหา และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการควบคุมขอทานนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้จำนวนขอทานลดน้อยลง และหมดไปจากสังคมไทยในที่สุด ที่ผ่านมา พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพัฒนาสังคม ได้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และผ่านการตรวจสอบของกรรมการกฤษฎีกาแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว

โดยอยู่ในขั้นตอนของสำนักงานเลขาธิการครม. ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ซึ่งมีเนื้อหาสาระคล้ายคลึงกับฉบับที่ สนช. เสนอมา แต่อาจจะมีความแตกต่างในบางประเด็น แต่เพื่อให้การพิจารณากฎหมายนี้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ในนามของ ครม. จะขอรับร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวมาร่วมพิจารณาก่อนรับหลักการอย่างน้อย 20 วัน เพื่อให้ ครม. ส่งไปยังกระทรวงและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ให้ความเห็นประกอบ ซึ่งทาง ครม. จะแจ้งผลการพิจารณาต่างๆให้ สนช. ต่อไป