Daily Market Outlook (26 พ.ย.58)

Daily Market Outlook (26 พ.ย.58)

ความวิตกเหตุขัดแย้งรัสเซีย-ตุรกีคลาย

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ ปัจจัยบวกในประเทศสนับสนุนด้วยโอกาสที่ ECB จะออกมาตรการกระตุ้นชัดเจนขึ้น และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศคลี่คลายลง ในประเทศเม็ดเงินลงทุนโครงการคมนาคมชัดเจนขึ้น ในขณะที่ต่างประเทศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน คำกล่าวของทั้งฝ่ายรัสเซีย และตุรกี ที่ไม่ต้องการขยายความขัดแย้งทำให้ความเสี่ยงลดลง


หุ้นเด่นวันนี้: DELTA (ราคาปิด 85.00 บาท, NR, Bloomberg 85.35 บาท)

บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้ประโยชน์หลักจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจากการคาดว่า Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น และความเป็นผู้นำในตลาดพาวเวอร์ซัพพลาย อัตรากำไรสุทธิของบริษัทน่าจะทรงตัวในระดับที่ดีได้เพราะการอยู่ในตลาดที่ให้มาร์จิ้นที่สูงและผลิตภัณฑ์เป็นแบบชั้นสูงนับแต่ตั้งบริษัท บริษัทมุ่งเน้นที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ เช่น อาเซียนและอินเดีย ล่าสุด DELTA ได้เตรียมลงทุนตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตในอินเดีย โดยนอกจากการผลิตแบบ OEM แล้ว บริษัทยังพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ยี่ห้อตนเพื่อผู้ใช้ปลายทางในประเทศนั้นๆ โดยตรง รวมถึงรุกให้บริการเชิงโซลูชั่นด้านพลังงานมากขึ้น จากค่าเฉลี่ยการคาดการณ์ที่สำรวจโดย Bloomberg กำไรของ DELTA น่าจะโตได้ดีที่ 10% สำหรับปีนี้และ 11% ในปีหน้า ลักษณะธุรกิจของบริษัทมีการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ซึ่งมีอุปสงค์รองรับต่อผลิตภัณฑ์ระบบควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์สูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกรถระดับบนที่น่าจะถูกกระทบโดยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวน้อยกว่ารถปกติ และการมาของรถพลังงานไฟฟ้า (EV) ก็น่าจะให้ผลบวกโดยตรงแก่บริษัทด้วย DELTA ยังผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงจำพวกอุปกรณ์โทรคมนาคมให้แก่บริษัทระดับสากล ซึ่งจะช่วยให้บริษัทได้ประโยชน์จากการเกาะกระแสไอทีขาขึ้นได้ รูปแบบราคาของ DELTA ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น จากการที่ยังคงเกิด สัญญาณซื้อรายเดือนและล่าสุด รูปแบบราคาของ DELTA ที่สามารถปิดตลาดได้เหนือ 85 บาท ทำให้ รูปแบบราคาของ DELTA กลับมาเกิด สัญญาณซื้อรายวันครั้งใหม่ (แต่ก็ยังคงโดนกดดันจาก สัญญาณขายรายสัปดาห์อยู่) ทำให้รูปแบบราคาของ DELTA ในระยะสั้นกลับมาเกิดความแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยคาดว่า DELTA น่าจะสามารถปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นได้ที่ 87.75 บาทได้ในระยะสั้น และก็น่าจะสามารถขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 89.75 บาท และเป้าหมายสำคัญที่ 91.75 บาทได้ตามลำดับ โดยมีจุด Stop Loss อยู่ที่ 83.75 บาท (แนวต้าน: 85.75, 86.25, 87.00; แนวรับ: 84.75, 84.00, 83.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ภาษีรถยนต์ใหม่น่าจะเก็บได้เพิ่ม 5-10 พัน ลบ.อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่าภาษีรถยนต์ใหม่ที่อิงตามการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มรายได้ให้รัฐอีก 5-10 พัน ลบ.ในปี 59 โดยจำนวนเงินจะลดลงเรื่อยๆจากการที่ผู้ผลิตรถยนต์ปรับปรุงการปล่อยคาร์บอนฯ ให้น้อยลง นับแต่ปี 59 เป็นต้นไปรถยนต์ที่จำหน่ายในไทยจะถูกเก็บภาษีตามการปล่อยคาร์บอนฯ การใช้ E85 และประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการกำหนดจากขนาดเครื่องยนต์ โดยหากมีการปล่อยคาร์บอนฯ มากกว่า 150 กรัมต่อ กม.หรือต่ำกว่า 30% ก็จะมีการเก็บภาษีสูงขึ้น (Bangkok Post)

• ลงทุนคมนาคม 6.7 แสน ลบ.รมช.คลังคาดว่าจะลงทุนได้ 6.7 แสน ลบ. ในโครงการคมนาคมของไทยตลอด 2 ปีข้างหน้า จากแผนระยะยาว 1.9 ล้าน ลบ. อันรวมถึงการลงทุนในถนน รถไฟฟ้า ระบบราง น้ำ อากาศ ภายใต้การร่วมทุนกับเอกชน รวมถึงงบประมาณทั่วไปด้วย (The Nation)

• กลัวร่างกฎหมายจีเอ็มโอ ร่างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพเสนอโดย รมว. กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และได้รับการอนุมัติจาก ครม. เมื่อวันอังคาร ร่างดังกล่าวได้วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรมพืชและสัตว์ โดยยกเว้นไม่ให้ใช้การทดลองทางยาในคนและสัตว์ กลุ่มชาวนากำลังท้วงติงถึงผลกรทบไม่พึงปรารถนาที่เป็นไปได้และอาจส่งผลต่อรายได้ของชาวนา (Bangkok Post)

• EGCO(154.00 บ.) วางแผนขยายกำลังการผิลตไฟฟ้าของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นผ่านการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ อาทิ จีน อินเดีย มาเลเซีย พม่า และเวียดนาม ซึ่งจะมาจากทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลและโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน หลังจากที่ EGCO มองว่าตลาดในต่างประเทศมีศักยภาพที่จะพัฒนาโรงไฟฟ้าได้มากกว่าในประเทศที่เผชิญกับการแข่งขันสูง โดยบริษัทฯ ตั้งงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้าไว้อยู่ที่ 9.1 หมื่นลบ. สำหรับการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 5,515 เมกะวัตต์ภายในปี 2563 จากระดับ 3,800 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน โดยงบลงทุนจำนวน 4.2 หมื่นลบ. จะใช้สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ (Bangkok Post)

• TRUE ให้บริลูกชำระค่าใบอนุญาตงวดแรก 2.05 หมื่น ลบ.รวมแวตแล้ววานนี้ เพื่อสยบข่าวลือว่าบริษัทไม่สามารถชำระได้ อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่ได้วางแบงก์การันตีสำหรับงวด โดยจะขอรอฤกษ์ก่อน ดังนั้นเลยยังไม่สามารถให้ใบอนุญาตได้จนกว่าจะดำเนินการเสร็จ ขณะเดียวกันทรูมูฟได้ยืนยันว่าจะให้บริการ 2 จีบนคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ต่อเพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อลูกค้า 4.3 หมื่นรายซึ่งหลงเหลืออยู่บนระบบ 2จี ที่ไม่ได้ย้ายเครือข่ายมา 3 จี (Bangkok Post, The Nation)

ต่างประเทศ:

• ความวิตกกังวลทั่วโลก: นักลงทุนทั่วโลกมีความระมัดระวังเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองโดยมีภูมิศาสตร์เป็นหลัก (geopolitical) ประเด็นความมั่นคงและผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกของเฟดนับแต่ปี 2549 ซึ่งเป็นที่คาดหมายกันโดยทั่วไปว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค. (Reuters)

• รัสเซียและตุรกีกล่าวว่าไม่มีเจตนาจะยกระดับความตึงเครียด ทางการรัสเซียแสดงถึงความไม่พอใจอย่างมากต่อการกระทำของตุรกีแต่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างระมัดระวังโดยระบุว่ารัสเซียไม่ต้องการที่จะเสี่ยงต่อการกระทำที่จะทำลายวัตถุประสงค์ในภูมิภาคนี้คือสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในซีเรีย นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียกล่าวว่ารัสเซียไม่มีเจตนาจะต่อสู้ทำสงครามกับตุรกี ส่วนนายกรัฐมนตรีของตุรกี ทัยยิพ แอร์โดก์อานไม่ได้กล่าวคำขอโทษและกล่าวว่าตุรกีแค่ป้องกันความปลอดภัยของตนเองแต่กล่าวว่าตุรกีไม่มีเจตนาจะยกระดับความตึงเครียดกับรัสเซีย (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ดัชนีดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ 100.170 ในช่วงข้ามคืนหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐหลายตัวเสริมความเห็นที่ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า เงินยูโรร่วงลดลงหลังจากที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 1.0565 ดอลลาร์สหรัฐหลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรปบอกกับรอยเตอร์สว่าพวกเขากำลังพิจารณาการดำเนินการที่ผ่อนคลายทางการเงินมากกว่าเดิม (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีหุ้นในตลาดวอลล์สตรีทปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อวันพุธ จากหุ้นในกลุ่มประกันสุขภาพและสินค้าเกี่ยวกับผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอันแข็งแกร่ง ปริมาณการซื้อขายเบาบางเนื่องจากผู้มีส่วนร่วมในตลาดจำนวนมากไม่อยู่ก่อนเทศกาลขอบคุณพระเจ้า หลายตลาดจะปิดทำการในวันพฤหัสนี้และในช่วงบ่ายของวันศุกร์(Reuters)

• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาดในสัปดาห์ก่อน กลับไปสู่ระดับเกือบต่ำสุดในรอบ 42 ปี ตัวเลขดังกล่าวลดลง 12,000 ราย อยู่ที่ 260,000 ราย ณ วันที่ 21 พ.ย. และตัวเลขดังกล่าวในตอนนี้ต่ำกว่า 300,000 รายเป็นเวลาติดต่อกัน 38 สัปดาห์ ยาวนานที่สุดในรอบหลายปี และยังคงใกล้กับระดับที่เคยเกิดขึ้นในตอนต้นของช่วงปี 1970 นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้าว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการฯ จะลดลงอยู่ที่ 270,000 รายในสัปดาห์ก่อน (Reuters)

• คำสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. คำสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนตุลาคม ไม่นับรวมเครื่องบินซึ่งเป็นตัวใช้ดูสำหรับแผนการใช้จ่ายทางธุรกิจนั้นเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนก่อนหลังจากได้ปรับตัวเลขแก้ไขเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้าว่าคำสั่งซื้อสินค้าประเภททุนหลักเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% หลังจากที่ตัวเลขในเดือนก.ย. ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าลดลง 0.1% (Reuters)

• ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมครั้งแรกจาก Markitแตะระดับต่ำสุดในรอบ 25 เดือนในต้นเดือนพ.ย. เน้นความอ่อนแออย่างต่อเนื่องของภาคโรงงาน ดัชนีดังกล่าวร่วงสู่ระดับ 52.6 จุดในเดือนพ.ย. จาก 54.1 ในเดือนต.ค. นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี PMI ประจำเดือนพ.ย. จะอยู่ที่ 53.9 จุด (Reuters)

• การใช้จ่ายผู้บริโภคในสหรัฐฯ เดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยขยายตัวเพียง 0.1% ใกล้เคียงกับการขยายตัวเมื่อเดือน ก.ย. ก่อนหน้า เนื่องจากภาคครัวเรือนเลือกที่จะเก็บออมรายรับที่มากขึ้นมากกว่าที่จะจับจ่ายใช้สอย โดยเป็นระดับการออมที่มากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งนำไปสู่ความเป็นไปได้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วง 4Q58 จะไม่โดดเด่น (Reuters)

• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐต่ำกว่าคาด ดัชนีชี้วัดความอ่อนไหวต่อการบริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือน พ.ย. ลดลงกว่าที่คาดการณ์กันไว้ ดัชนีอยู่ที่ 91.3 ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 93.1 และการคาดการณ์เบื้องต้นที่ 93.1 ดัชนีอยู่ที่ 90.0 ในเดือน ต.ค. (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันพุธปรับตัวสูงขึ้น หนุนจากการอ่อนค่าของเงินยูโร ประกอบกับการประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดที่เพิ่มขึ้นของบริษัท Metro ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกในเยอรมนี และบริษัทLafargeHolcimซึ่งเป็นผู้ผลิตปูนซีเมต์รายใหญ่ที่สุดของโลก (Reuters)

• ECB กำลังพิจารณาแนวทางการผ่อนคลายทางการเงินโดยกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในหลายๆ ทาง อาทิ การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วยเพิ่มจากธนาคารที่สำรองเงินสดเป็นจำนวนมาก รวมถึงแนวทางในการเข้าซื้อตราสารหนี้เพิ่มขึ้น (Reuters) 

• ประเด็นอื้อฉาวเรื่องการทดสอบมลพิษของ Volkswagen คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 6.7 พันล้านยูโร โดยทาง Volkswagen จะตั้งสำรองค่าเสียหายดังกล่าวเต็มจำนวน และส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเรียกคืนรถยนต์จำนวน 8.5 ล้านคันในยุโรป ทั้งนี้ทาง Volswagenกล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ยากลำบากอย่างที่กังวลไว้ก่อนหน้านี้ (Reuters)

เอเชีย:

• รัฐบาลญี่ปุ่นลดประมาณการการใช้จ่ายเงินลงทุนของภาคธุรกิจในประเทศลง อ้างอิงจากรายงานเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ย. ซึ่งประเมินว่าการใช้จ่ายเงินลงทุนทรงตัวในเดือน พ.ย. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในเดือน ต.ค. ประเมินว่าการใช้จ่ายเงินลงทุนกำลังฟื้นตัว ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงมุมมองต่อเศรษฐกิจโดยรวมว่ายังมีจุดอ่อนแออยู่จำนวนหนึ่งไว้เช่นเดิม (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองกระทบจากดอลลาร์แข็ง ราคาทองคำร่วงลงวันพุธเพราะดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและนักลงทุนให้น้ำหนักที่น้อยลงกับความขัดแย้งรัสเซีย-ตุรกีวันอังคาร ทองคำส่งมอบ ธ.ค. ซึ่งเป็นสัญญาที่ซื้อขายมากสุดปิดลง 0.4% มาอยู่ที่ 1,070.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ดัชนี WSJ Dollar Index ปรับขึ้น 0.1% สู่ 90.41 จุด ปิดที่ระดับสูงสุดรอบ 13 ปีที่เคยไปถึงแล้วเมื่อต้น พ.ย. (Wall Street Journal)

• คลายกังวลอุปทานหนุนน้ำมัน ตามรายงานของ EIA ระบุว่าน้ำมันดิบสหรัฐปรับขึ้น 961 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์พยากรณ์ไว้ที่ 1.2 ล้านบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 17 เซนต์ ปิดที่ 43.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ขึ้น 5 เซนต์ปิดที่ 46.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)