รัฐบาลแจงเอกชนขานรับมาตรการลดราคาสินค้า 274 รายการ

รัฐบาลแจงเอกชนขานรับมาตรการลดราคาสินค้า 274 รายการ

"สรรเสริญ"ระบุเอกชนขานรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพปชช. ลดราคาสินค้า 274 รายการ เตรียมเทใจ คืนสุขปีใหม่ต่อเนื่อง10วัน คาดเงินสะพัด 5 หมื่นล้าน

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนภายหลังต้นทุนน้ำมันที่ลดลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ประสานขอความร่วมมือภาคเอกชน เพื่อลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคตามสัดส่วนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงโดยไม่บิดเบือนกลไกการตลาด ซึ่งตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่กว่า 30 ราย ร่วมลดราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน 274 รายการ ประกอบด้วย อาหารและเครื่องดื่ม 108 รายการ วัสดุก่อสร้าง 35 รายการ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (น้ำมันหล่อลื่น) 101 รายการ และยางรถยนต์ 30 รายการ โดยบางรายการลดสูงสุดถึง 33%

"รัฐบาลขอขอบคุณผู้ผลิตที่เข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการลดราคาสินค้า เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ประชาชนมักนิยมจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลได้เจรจากับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ผู้จำหน่ายสินค้า และผู้ผลิตสินค้า เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นการจับจ่ายซึ่งจะคึกคักกว่าปีก่อน ทั้งปริมาณสินค้าและจำนวนห้างร้านที่จะเข้าร่วมโครงการที่มีมากขึ้น โดยจะเน้นการลดราคาสินค้าใหม่ ๆ มากกว่าการล้างสต็อก เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก" 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในระหว่างวันที่ 17–27 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ รัฐบาลได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ากว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศจัดโครงการ “เทใจ คืนสุข เทศกาลปีใหม่” โดยจะลดราคาสินค้าทุกชั้นทุกแผนกสูงสุดถึง 70% เพื่อส่งความสุขให้แก่ประชาชน ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ภายในบ้าน ของขวัญและของตกแต่งในช่วงเทศกาล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะทำให้มีเงินสะพัดไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา คือ 50,000 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้มากพอสมควร 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงคือการฉวยโอกาสกักตุนและขึ้นราคาสินค้าในช่วงเทศกาล จึงได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยขณะนี้ยังไม่พบการปรับขึ้นราคาสินค้า มีเพียงราคาผักผลไม้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและลดลงตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อคืนความสุขให้แก่คนไทยได้อย่างแท้จริง