ส่องพฤติกรรม'ผู้ชม'ช่องดิจิทัล-ทีวีอนาล็อก

ส่องพฤติกรรม'ผู้ชม'ช่องดิจิทัล-ทีวีอนาล็อก

การเริ่มต้นออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ในเดือนเม.ย.2557 ซึ่งมีช่องทีวีระบบดิจิทัลให้รับชม

ในฐานะฟรีทีวี เพิ่มขึ้นอีก 21 ช่อง และการออกอากาศทีวีอนาล็อกคู่ขนานระบบดิจิทัลของช่องทีวีรายเดิม นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมทีวี อีกทั้งส่งผลต่อพฤติกรรมการรับชมทีวี ของครัวเรือนไทยและการวางแผนใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทีวี

กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและการเรียนรู้ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส และกรรมการสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย หรือ MAAT กล่าวว่า สมาคมฯได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับชมทีวีของครัวเรือนไทยตั้งแต่เริ่มต้นออกอากาศทีวีดิจิทัลในปี 2557 โดยจัดทำผลสำรวจออนไลน์การรับชมทีวีอย่างต่อเนื่อง การสำรวจครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18 เม.ย.-2 พ.ค.2557 จำนวน 602 ตัวอย่าง สำรวจครั้งที่ 2 วันที่ 8 พ.ค.-5 มิ.ย. 2557 พื้นที่กรุงเทพฯ 59% และต่างจังหวัด 41%

ล่าสุดการสำรวจครั้งที่ 3 วันที่ 16 ม.ค.-24 ม.ค. 2558 พื้นที่กรุงเทพฯ 72% และต่างจังหวัด 28% โดยมีกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 209 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 20-59 ปี รายได้ครัวเรือน สูงกว่า 50,000 บาท สัดสวน 69-79% รายได้ 30,000-49,000 บาท สัดส่วน 13-16%

รู้จักทีวีดิจิทัล95%

การสำรวจล่าสุดเดือนม.ค.2558 พบว่าประชาชน "รู้จักทีวีดิจิทัล" 95% โดยระบุว่าความแตกต่างจากการรับชมแบบเดิม คือคุณภาพของภาพและเสียงคมชัด 42% มีจำนวนช่องและรายการหลากหลายมากขึ้น 39% ปัจจุบันครัวเรือนไทยได้เปลี่ยนมาติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรับชมทีวีดิจิทัลแล้ว 67% เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค.-มิ.ย .2557 ที่มีสัดส่วน 40%

นอกจากนี้จำนวนผู้รับชมทีวีอนาล็อกผ่านเสาอากาศ (ก้างปลา/หนวดกุ้ง) ลดลงจากการสำรวจครั้งแรกเดือนพ.ค.2557 จากเดิมมีสัดส่วน 21% สำรวจครั้งที่2 อยู่ที่ 14% และล่าสุดครั้งที่ 3 อยู่ที่ 12%

ขณะที่การรับชมทีวีดิจิทัลผ่านกล่องรับสัญญาณดิจิทัล เพิ่มขึ้นจาก 6% จากการสำรวจครั้งแรกมาอยู่ที่ 22% ในการสำรวจเดือนม.ค.2558 และกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามยังได้ทำการเปลี่ยนและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อดูทีวีดิจิทัลจากการสำรวจครั้งแรกที่มี 37% เพิ่มขึ้นมาเป็น 67% จากการสำรวจในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

ดูทีวีเดิมลด-ช่องดิจิทัลเพิ่ม

กนกกาญจน์ กล่าวว่าด้านพฤติกรรมการรับชมทีวีดิจิทัล หลังการติดตั้งอุปกรณ์ ดูช่องเดิม หรือ ช่อง3/5/7/9 เป็นหลัก 38% ซึ่งมีสัดส่วนลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน ทั้งนี้ สาเหตุที่มีการรับชมช่องเดิม คือ ชอบและติดรายการต่างๆ 45% คุ้นเคยผัง/รายการ 36% ไม่รู้ว่าช่องใหม่มีรายการอะไรบ้าง 15% และช่องดิ จิทัลรายการไม่น่าสนใจ 15%

กลุ่มที่ ดูทีวีดิจิทัล เป็นหลักมีสัดส่วน 16% ตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการสำรวจก่อนหน้า โดยผู้ชมระบุสาเหตุว่ามีรายการใหม่ๆ แตกต่างจากช่องเดิม 34% ข่าวน่าติดตามกว่า 28% มีซีรีส์ หนัง สารคดีใหม่ๆ 26%

ส่วนกลุ่มที่ดูทั้ง 2 แบบ คือ ดูทีวีอนาล็อกและทีวีดิจิทัล "เท่าๆกัน" มีสัดส่วน 44% โดยระบุว่า เลือกดูตาม รายการที่ชอบและสนใจ 33% ค้นหารายการที่น่าสนมากกว่า 22% และรายการมีคุณภาพพอๆกัน 16%

หลังจากรับชมทีวีดิจิทัล ปัจจัยที่ผู้ชมระบุว่า "ไม่ชอบ" เพราะสับสน จำเลขช่องไม่ได้ 78% หาช่องเดิมที่ดูประจำไม่พบ 32% มีช่องมากเกิน ไม่รู้จะดูช่องไหน 46% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 32% ในการสำรวจก่อนหน้า

ส่วนปัจจยที่ "ชอบ" ทีวีดิจิทัล คือ มีช่องให้ดูมากขึ้น 86% มีรายการหลากหลายประเภท 71% และรับชมทีวีได้ชัดมากขึ้น 70% การสำรวจยังพบว่าสัดส่วนผู้ชม 81% จำช่องทีวีดิจิทัลบางช่องได้ และ 13% จำช่องไม่ได้เลย

สำหรับการสำรวจครั้งที่ 3 ในเดือน ม.ค.นี้ พบว่า 5 อันดับช่องทีวีดิจิทัลที่ผู้ชมรู้จัก คือ 1.เวิร์คพอยท์ 81% ช่อง7 เอชดี 78% ไทยรัฐทีวี 75% ช่องวัน 74% ช่อง3เอชดี 73%

เรทติ้งทีวีอนาล็อกวูบ

การสำรวจเรทติ้ง"ทีวี" ของ นีลเส็น ระหว่างวันที่ 1-25 ม.ค. 2558 ในกลุ่มผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป ทีวีอนาล็อกเดิมมีแนวโน้ม "ลดลง" เมื่อเปรียบเทียบการสำรวจเดือน พ.ค.2557 ขณะที่ ทีวีดิจิทัล ช่องใหม่กลุ่มผู้นำท็อปไฟว์มีเรทติ้ง "เพิ่มขึ้น" จากปีที่ผ่านมา จากเปลี่ยนสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ทำให้มีจำนวนช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้น ในอัตรา 4 เท่าตัว จากเดิมมีเพียง 6 ช่อง เป็น 24 ช่องทีวีดิจิทัล ทำให้จำนวนผู้ชมกระจายตัว เรทติ้งแต่ละรายการลดลง

"ปัจจัยที่จะรักษาฐานและเพิ่มจำนวนผู้ชม อยู่ที่คุณภาพของเนื้อหา รูปแบบ การผลิตรายการ การประชาสัมพันธ์และการตลาดของแต่ละรายการหรือช่อง"

พบว่าในปีที่ผ่านมาทีวีดิจิทัล มีการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่องผ่านสื่อต่างๆ รวม 322 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรก คือ 1. พีพีทีวี มูลค่า 52 ล้านบาท 2.โมโน 37 ล้านบาท 3.ช่องวัน 29 ล้านบาท 4.ช่อง3 จำนวน 28 ล้านบาท 5. สปริงนิวส์ 23 ล้านบาท ขณะที่ นีลเส็นรายงานการใช้งบโฆษณากลุ่มท็อปเทนแบรนด์ใช้งบโฆษณาสูงสุดในปี 2557 ผ่านช่องทางทีวีทั้ง 3 แพลตฟอร์ม ประกอบด้วย โฆษณาทีวีช่องอนาล็อกเดิม อยู่ที่ 63,775 ล้านบาท ท็อปเทนแบรนด์ครอง สัดส่วน 18% ,โฆษณาทีวีดิจิทัล มูลค่า 12,071 ล้านบาท ท็อปเทนแบรนด์ 34% และเคเบิลและทีวีดาวเทียม มูลค่า 7,177 ล้านบาท ท็อปเทนแบรนด์ 21%

ในกลุ่มผู้นำใช้งบโฆษณาสูงสุดทั้ง 3 ราย ได้ลดสัดส่วนการใช้งบโฆษณาผ่านทีวีอนาล็อกในปี 2557 ลง เมื่อเทียบสัดส่วนปี 2556 โดยยูนิลีเวอร์ ใช้งบโฆษณาทีวีอนาล็อกปี 2556 สัดส่วน 70% ปี 2557 สัดส่วน 65% ไบเออร์สดอร์ฟ ปี2556 สัดส่วน 88% ปี 2557 สัดส่วน 62% และโตโยต้า ปี2556 สัดส่วน 92% ปี2557 สัดส่วน 74%

รับคูปองยังไม่แลก60%

การสำรวจของสมาคมมีเดียเอเยนซี่ฯ ระบุว่าครัวเรือนไทยที่ยังไม่เปลี่ยนมาติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งมีสัดส่วน 33% ลดลงจากการสำรวจเดือนพ.ค.-มิ.ย.2557 ที่มีสัดส่วน 60%

สาเหตุที่ครัวเรือนไทยไม่ติดตั้งอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล เนื่องจากทำไม่เป็น/ไม่รู้วิธีการทำ 40% ไม่เห็นความจำเป็นที่จะเปลี่ยน เพราะสามารถรับชมผ่านช่องทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมได้อยู่แล้ว 37%

ขณะที่โครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำหนดแจก 13.5 ล้านฉบับ หรือครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและเจ้าบ้าน เริ่มแจกตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา การสำรวจของสมาคมฯพบว่า 57% ของครัวเรือนไทยได้รับคูปองแล้ว จำนวนดังกล่าว 60% ยังไม่นำไปใช้งาน โดยระบุว่าติดตั้งกล่อง/จาน /เคเบิล ซึ่งรับชมทีวีดิจิทัล ได้อยู่แล้ว 50% ,วิธีการแลกคูปองยุ่งยาก 13% , คุณภาพกล่องไม่ดีพอ 8% และอยู่ระหว่างตัดสินใจ 8%

ทั้งนี้ จำนวนผู้สำรวจที่ระบุว่าได้รับคูปองแล้ว 57% สอดคล้องกับพื้นที่การแจกคูปองของ กสทช. ในปี 2557 รวม 7.7 ล้านฉบับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 57% ของจำนวนคูปอง 13.5 ล้านฉบับ ที่เตรียมแจกครัวเรือนทั่วประเทศ

ทางด้านความคืบหน้าการติดตั้งสถานีส่งสัญญาณระบบดิจิทัล ของผู้ประกอบการโครงข่าย (Mux) ในปีที่ผ่านมาสามารถส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ครอบคลุม 24 จังหวัด มีครัวเรือนไทยรับชมได้ 17.6 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 80% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน ในปี 2558 จะมีสถานีส่งเพิ่มอีก 15 จังหวัด ทำให้การรับชมทีวีดิจิทัลครอบคลุม 90-95% ของครัวเรือน

ขณะที่สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการแจกคูปองครบตามจำนวนครัวเรือนไทยภายในปีนี้เช่นกัน ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงการรับชมทีวีดิจิทัลได้ทั่วประเทศในสิ้นปี2558