เล็งเชิญเมียบิลลี่ให้ข้อมูลป.ป.ท.เขต7

เล็งเชิญเมียบิลลี่ให้ข้อมูลป.ป.ท.เขต7

เลขาป.ป.ท.เล็งเชิญเมียบิลลี่ให้ข้อมูลกรณีเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.เขต7 ระบุเคยเป็นลูกน้อง"ชัยวัฒน์"

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กล่าวถึงกรณีน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ ยื่นหนังสือร้องเรียนโดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.รายหนึ่งที่อ้างว่าเป็นป.ป.ท.เขตพื้นที่ 7 ซึ่งเข้ามารับผิดชอบสอบข้อเท็จจริงประเด็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แก่งกระจาน ที่ควบคุมตัวบิลลี่ไว้โดยไม่ส่งตัวให้ตำรวจสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวอ้างว่าเคยทำงานร่วมกับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานฯ ทำให้ภรรยาผู้เสียหายไม่ไว้วางใจและต้องการให้ป.ป.ท.ส่วนกลางรับผิดชอบคดีว่า ตนได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.พื้นที่ 7 รายใดเคยทำงานร่วมกับนายชัยวัฒน์ มีเพียงเจ้าหน้าที่ส่วนกลางรายหนึ่งที่เคยสังกัดอยู่ที่กรมป่าไม้ แต่ไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวเข้าไปมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งตนกำชับให้ผู้อำนวยการป.ป.ท.เขตพื้นที่ 7 ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม จะมีการสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวจากภรรยาบิลลี่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้ทราบตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะดำเนินการแก้ไข ส่วนตัวในฐานะผู้บังคับบัญชาหน่วยตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน หรือเห็นว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ก็จะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาเห็นชอบทันที

นายประยงค์ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจภูธรภาค 7 นำหลักฐานพร้อมรายงานผลการสอบสวนเพิ่มเติมมามอบให้ป.ป.ท.เพื่อประโยชน์ในการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวนั้น ป.ป.ท.จะพิจารณาข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท.มีอำนาจตรวจสอบเฉพาะประเด็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีเป็นอำนาจของตำรวจในการคลี่คลายคดี