'ถาวร'ลั่นราคาพืชผลเกษตรเป็นปัญหารัฐบาล

'ถาวร'ลั่นราคาพืชผลเกษตรเป็นปัญหารัฐบาล

"ถาวร"เสนอ 6 แนวทางแก้ปัญหาราคายาง ชี้ราคาพืชผลทางด้านการเกษตรทุกชนิดเป็นปัญหาหนักของรัฐบาล

นายถาวร เสนเนียม อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางด้านการเกษตรทุกชนิดเป็นปัญหาหนักของรัฐบาลมากกว่าปัญหาทางการเมือง เพราะเป็นความเดือดร้อนของคนทุกเสื้อสี ทุกกลุ่มการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องราคายางพาราที่ประชาชนผู้มีอาชีพทำสวนยางพาราทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เริ่มจากรัฐบาลประกาศว่าจะเร่งแก้ไขให้ราคายางพารากิโลกรัมละ 60 บาท แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ หลังจากถูกกดดันจากเกษตรมากขึ้น รัฐบาลกลับให้สัญญาว่าจะทำให้ยางพารามีราคาสูงถึง 80 บาทภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558

"แม้ผมและคนอื่น ๆ จะให้กำลังใจรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา แต่ผมคาดว่ารัฐบาลทำสำเร็จยาก เพราะรัฐบาลไม่เปิดใจกว้างรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ผมและหลายฝ่ายขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดใจกว้างรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มชาวสวนยางพารา กลุ่มแรงงานผู้กรีดยางพารา กลุ่มผู้รับซื้อยางพารา กลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา และกลุ่มผู้ส่งออกยางพาราไปขายยังต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ส่งออกยางพาราและข้าราชการเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้เเก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะไม่ใช่การระดมความคิดจากทุกฝ่าย มิหนำซ้ำรัฐบาลยังทำสัญญาขายยางพารา 2 แสนตันเศษให้บริษัทไห่หนาน แต่กลับไปทำสัญญาให้เสียเปรียบ เป็นเหตุให้ส่งมอบยางพาราที่ซื้อขายไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งอาจมองว่าเป็นการทุจริตหรือไม่

ที่สำคัญมีการตรวจพบการทุจริตในการสต็อกยางในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศกลับเพิกเฉยมิได้ดำเนินการใด ๆ และเก็บเงียบ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันทุจริตในรัฐบาลนั้น ก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลนี้ จึงเป็นการไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน" นายถาวร กล่าว

นายถาวร กล่าวว่า วันที่ 21 และ 30 มกราคม ที่ผ่านมารัฐบาลจัดประชุมผู้ส่งออกยางพารา แต่ขาดฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายางพารา การระดมสมอง การแก้ไขปัญหาจึงไม่สมบูรณ์ครบถ้วนจากทุกฝ่าย ตนจึงขอเสนอแนะเรียกร้องไปยังรัฐบาล ดังนี้ 1. ยกเลิกสัญญาที่ขายยางที่ทำกับบริษัท ไชน่า ไห่หน่าน เพราะเป็นสัญญาที่ส่อทุจริต และขัดต่อกฎหมายรวมถึงขัดต่อความความสงบเรียบร้อย 2. เปิดเผยรายละเอียดของสัญญาที่ทำกับ บริษัท ไชน่า ไห่หนาน ให้สาธารณะชนทราบ 3. ยางที่อยู่ในสต๊อกจำนวน 2 แสนตันห้ามนำออกขายโดยเด็ดขาด

4. เก็บสต๊อกยางอีกเพิ่มอีก 3 แสนตัน ประกอบด้วยน้ำยางข้น 1 แสนตัน ยางก้อน 1 แสนตัน และยางแท่ง 1 แสนตัน และห้ามขายภายใน 5 ปี หากรัฐบาลจะขายต้องแจ้งให้ผู้สต็อกยางพาราทราบล่วงหน้าก่อน 30 วัน โดยรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบดอกเบี้ยทั้งหมด ยางจำนวน 3 แสนตันนี้รัฐบาลจะต้องชดเชยเพิ่มจากราคาตลาด กิโลกรัมละ 15 บาท คาดว่าจะใช้เงินไม่เกิน 4 หมื่น 5 พันล้านบาท

5. รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับยางพาราให้มากขึ้น โดยการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการแสดงศักยภาพในทางอุตสาหกรรมออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว 6. แก้ไขระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ เพื่อให้นำเอายางพารามาใช้ทำถนนได้ ไม่ต้องติดล็อคจากของเดิม

นายถาวร. กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับจากข้อเสนอแนะดังกล่าวนั้น จะทำให้ 1. ยางจะหายไปจากท้องตลาด 3 แสนตัน 2. รัฐบาลอาจจะไม่ต้องชดเชยราคายางพาราให้กับชาวสวนยางอีกต่อไป เพราะกลไกการตลาดทำให้ราคายางสูงขึ้นโดยอัตโนมัติและเป็นช่วงฤดูปิดกรีด เพราะยางผลัดใบ 3. ในแง่จิตวิทยาราคายายางพาราจะสูงขึ้นก่อนในเบื้องต้นทำให้รัฐบาลใช้เงินน้อยลง ที่กล่าวมาข้างต้นคือข้อเสนอของตนที่เสนอไปยังรัฐบาลชุดนี้ ผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หม่อมอุ๋ย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายอำนวย ปะติเส

ทั้งหมดนี้เป็นความจริงใจที่ตนอยากเห็นรัฐบาลเปิดใจกว้างเพื่อรับฟังข้อคิดและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพราะการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจบังคับบัญชาทหารในกองพัน ที่ผ่านมาพี่น้องชาวสวนยางให้ความน่วมมือกับรัฐบาล คสช. มาตลอด ชาวสวนยางหลายคนที่มาชุมนุมต้องเสียชีวิต บางคนพิการ และหลายคนเสียสละเงินทอง เสียสละเวลา เพื่อขับไล่รัฐบาลทรราชย์ เพื่อคาดหวังว่าใครก็ตามที่มาแก้ปัญาหาต้องรับฟังประชาชน ดังนั้นอย่าให้ประชาชนต้องผิดหวัง