'พล.ท.อำนวย'มอบนโยบายตร.ภูธรภาค1เน้นเชิงรุก‏

'พล.ท.อำนวย'มอบนโยบายตร.ภูธรภาค1เน้นเชิงรุก‏

"พล.ท.อำนวย"มอบนโยบายตำรวจภูธรภาค1เน้นเชิงรุก‏ด้านการสืบสวนและยาเสพติด

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รองผบช.ภ.1เป็นประธานในการประชุมมอบนโยบายตำรวจภูธรภาค1โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค1 กว่า 350 นาย โดยครั้งนี้เป็นการมอบนโยบายด้านการสืบสวนและยาเสพติด พร้อมกำชับให้ข้าราชการตำรวจทำงานเชิงรุก

ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการมอบนโยบายด้านการสืบสวนและยาเสพติด หลังจากที่ได้มอบนโยบายด้านการจราจร การสอบสวนและการป้องกันปราบปรามไปแล้ว สำหรับด้านการจราจรนั้นภาพรวมถือว่าดีขึ้น โดยมีการขอคืนพื้นที่จากการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้า ในจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดนนทบุรี ก็ทำให้การจราจรดีขึ้นมาก นอกจากนั้นยังได้วิเคราะห์ถึงการจราจรว่ามีปริมาณรถเข้าออกในพื้นที่มากน้อยเพียงใด ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลปีใหม่ การเปิดช่องทางจราจรเพิ่มขึ้นในฝั่งที่มาปริมาณรถมาก เป็นระยะทางยาวกว่า 30 กิโลเมตร ทำให้การจราจรคล่องตัว ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า ในส่วนของงานด้านการสืบสวนนั้น จะเน้นการทำงานเชิงรุก โดยจะให้มีการทำงานประสานร่วมกับทางจังหวัด ฝ่ายปกครองและหน่วยงานอื่น เพราะการสืบสวนไม่ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ยังมีในส่วนของป่าไม้ สัตว์ป่าและอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการสืบสวนเฉพาะทางด้วย โดยภายหลังจากวันนี้แถลงนโยบายเสร็จ ในวันอังคารที่จะถึงก็จะมีการประชุมร่วมกับทางการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกี่ยวกับปัญหาด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงของแท็กซี่มิเตอร์ ปัญหาเรื่องมาเฟียและการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร ซึ่งในส่วนของแท็กซี่นั้น น่าจะทำการติดตั้งจีพีเอสทุกคัน นอกจากนี้ยังควรมีการแจกคู่มือให้กับนักท่องเที่ยวทันทีที่ขึ้นโดยสารรถ โดยในคู่มือควรระบุเบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ เป็นต้น

“สำหรับสถานการณ์ด้านยาเสพติดนั้น ในพื้นที่โดยเฉพาะตลาดไท ซึ่งที่ผ่านเป็นจุดที่ยาเสพติดเข้ามาพักและกระจายต่อไปยังจุดอื่น ปัจจุบันนี้ลดน้อยและเบาลงไปมาก แต่ก็จะติดตามสถานการณ์และปราบปรามต่อไป ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม นอกจากนี้ในส่วนของการแว้น แข่งซิ่งจักรยานยนต์บนท้องถนนนั้น ก็จะให้มีการกวดขันดำเนินการต่อไป โดยจะทำงานร่วมกับทาง พม. นอกจากนี้พ่อแม่ก็มีส่วนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลด้วย ด้านสถานการณ์ม็อบหรือการก่อความไม่สงบในพื้นที่ ได้มีการสั่งการให้ลงพื้นที่หาข่าวอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมายังไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใด มีเพียงนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในอ.ปากเกร็ด และได้มีการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย และได้ถูกทางคสช.เชิญตัวไปปรับทัศนคติแล้วนั้น ล่าสุดก็ได้ถูปล่อยตัวมาแล้ว ก็จะมีการเฝ้าดูพฤติกรรมต่อไปว่าจะมีการกระทำความผิดอีกหรือไม่”ผบช.ภ.1 กล่าว