อดีตส.ส.ยกขบวนร่วมงานบวชแน่นสวนโมกข์

อดีตส.ส.ยกขบวนร่วมงานบวชแน่นสวนโมกข์

อดีตส.ส.ยกขบวนร่วมงานบวช “หมอวรงค์-ชินวรณ์-เชน-วิรัตน์-สำราญ” แน่นสวนโมกข์

"วรงค์" ยันบวชด้วยใจ ไม่ใช่แก้บน ปลื้มได้รับฉายา “คุณวโร” ผู้มีคุณอันประเสริฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 07.00 น. ที่วัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร (สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.) จัดโครงการบวช เพื่อบำเพ็ญธรรมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557นี้ ที่ทรงมีพระชนมายุ 87 พรรษา โดยในโครงการ 3 นี้ มีผู้ประสงค์ที่จะบรรพชาอุปสมบท จำนวน 58 รูป รวมทั้งมีอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายเชน เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต.ส.ส.พิษณุโลก นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี และนายสำราญ รอดเพชร แกนนำกปปส. นอกจากนี้ ยังมี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีตโฆษกพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย นายธารา ปิตุเตชะ นายธานี เทือกสุบรรณ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายสินิตย์ เลิศไกร นนางนิภา-นายธีระภัทร พริ้งศุลกะ นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ นายศุภชัย ศรีหล้า นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง และนายสงกรานต์ อดีตส.ส.นครสวรรค์

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.สพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนการเข้าบรรพชาอุปสมบท ว่า การบวชในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการมาบวชแก้บน ที่งานบางอย่างสำเร็จลง และขอชี้แจงว่าสาเหตุของการมาบวช เพราะเมื่อคราวที่พระสุเทพได้บวชใหม่ๆ พวกเราบรรดา ส.ส ได้มากราบนมัสการ และท่านก็ได้ชวนพวกเรา อดีตส.ส.ของพรรคบวช โดยท่านกล่าวว่าทางวัดจะมีการจัดโครงการบวชถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นตนยังมีภารกิจหลายอย่าง เช่น ติดตามโครงการทุจริตรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิงลักษณ์ โดยเฉพาะเรื่องข้าวที่อีกฝ่ายพยายามนำข้อมูลที่บิดเบือนออกมาตลอด เราจึงต้องพยายามอธิบายข้อเท็จจริงให้ได้ และเมื่อเรื่องนี้จบลงในทางที่ตนพอใจ จึงนึกได้ว่าพระสุเทพเคยชวนให้บวช เมื่อมาถึงจังหวะนี้ก็เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ตนเขียนในเฟสบุ๊กว่า ขอโหสิกรรมนั้นเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่เราต่อสู้จริง ทุกอย่างต้องเคลียร์ออกมาให้ได้ ซึ่งบางคนมองว่าเรามีความขัดแย้งส่วนตัว และมีส่วนเกี่ยวข้องในผลประโยชน์เรื่องข้าวอะไรหรือไม่ ก็ขอยืนยันว่าไม่มี เราทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจและเพื่อประเทศ และบวชครั้งนี้เป็นการบวชถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังถือโอกาสแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลร่วมกัน ว่าไม่มีอะไรที่บาดหมางต่อกัน ทั้งนี้ คนที่เป็นนักการเมืองส่วนใหญ่ถ้าได้บวชน่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนคนที่จะมาเป็น ส.ส.ควรบวชเรียนมาก่อนหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล สำหรับฉายาที่ได้รับคือ “คุณวโร” ( คุ-ณะ-วะ-โร) มีหมายว่า ผู้มีคุณอันประเสริฐ์

เมื่อถามว่าในช่วงลาบวชอยู่นี้ หาก ป.ป.ช.ต้องการข้อมูลเพิ่มเติ่มจะทำอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า คิดว่า คงไม่มีแล้วเพราะถ้าเป็นทางการเมืองทุกอย่างจบแล้ว แต่ถ้าเป็นทางคดีอาญาก็จะเป็นหน้าที่ของศาล ไม่ใช่หน้าที่ของตน กรณีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ทุกอย่างชัดเจนฟ้องด้วยหลักฐานหมดแล้ว เป็นเรื่องง่าย

เมื่อถามว่า มองว่าที่ผ่านมาการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ตรงตามที่ต้องการหรือตามที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนคิดว่าในช่วงแรกอาจจะเป็นเพราะข้อมูลต่างๆ ไม่ชัดเจนแต่หลังจากที่ฝ่ายเขาพยายามเอาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกมา เราก็เอาข้อมูลที่ถูกต้องใส่เข้าไปและได้รับการพิสูจน์ด้วยคำแถลงหรือบทสรุปของหลายอย่าง เช่น คณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่มีความชัดเจน มีตัวผู้กระทำความผิด รวมไปถึงการลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าวของม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมตประจำสำนักนายกฯ การดำเนินคดีของปลัดกระทรวงพาณิชย์ และการชี้ขี้มูลของป.ป.ช. ทำให้กระแสสังคมโหมโรงออกมาว่าทำกันมากมายขนาดนี้เลยเหรอ จึงทำให้การตัดสินใจของสนช.ง่ายขึ้น

ด้านนายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้เห็นการปฎิบัติธรรมของพระสุเทพทำให้เกิดความรูสึกเลื่อมใส จึงมีความตั้งมั่นว่าหากมีเวลาก็จะต้องมาบวช และการบวชครั้งนี้ก็เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุ 87 พรรษา และเพื่อเป็นการชำระล้างจิตใจ และเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่การเป็น ส.ส.หลังจากนี้ จะดีขึ้นมีคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น และจะกลับไปชวนเพื่อนส.ส.ให้มาร่วมในการปฏิบัติธรรมด้วย

สำหรับฉายาของอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่บวชในครั้งนี้ อาทิ พระวิรัตน์ ได้ฉายาว่า อริญชะโย , พระชินวรณ์ ได้ฉายาว่า จันทะสาโร มีความหมายว่า ผู้มีแสงสว่างเป็นสาระ นายเชน เทือกสุบรรณ ได้ฉายาว่า อาภาธโร หมายความว่า ผู้มีความดีอันประเสริฐ์ และพระสำราญ ได้ฉายาว่า อุปะสะโม