เล็งพิจารณาร่างกม.ตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภค2ก.พ.

เล็งพิจารณาร่างกม.ตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภค2ก.พ.

สปช.เล็งพิจารณาร่างกม.ตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภค 2ก.พ.นี้ พบสาระสำคัญให้มีกก.15คนจากการสรรหาตัวแทน7ด้าน

และเลือกกันเองจากองค์กรผู้บริโภคเขต มีอำนาจสนับสนุน-ส่งเสริมงานเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และร้องอัยการให้เอาผิดศาลฯ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ปชช. ส่วนงบฯ กำหนดขอรัฐจัดสรรให้ 195 ล้านบาทต่อปีและต้องปรับใหม่ทุก3ปีโดยคำนึงถึงดัชนีผู้บริโภค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีคำสั่งนัดประชุม สปช. ในวันที่ 2 ก.พ. เวลา 11.00 น. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญ คือ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ที่มี น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เป็นประธาน กมธ.ฯ ได้ยกร่างเสร็จแล้ว

ทั้งนี้ในร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การจัดตั้งองค์การ ชื่อว่า “องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” มีสถานะเป็นนิติบุคคลที่มีความเป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ให้ความเห็นในการตราและการบังคับใช้กฎหมายหรือกฎ ,ให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และมีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยให้มีสำนักงานอยู่ในกทม.หรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งและให้กิจการขององค์การไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน

ทั้งนี้ เลขาธิการองค์การฯ พนักงานและลูกจ้างขององค์การฯ ต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ขณะที่คณะกรรมการองค์การฯ จะประกอบด้วย กรรมการ 15 คน มาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้แทนจาก 9 องค์กร อาทิ นายกสภาทนายความ, เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น โดยคัดเลือกผู้แทนองค์กรบริโภค จำนวน 7 คน มาจาก 7 ด้านๆ ละ 1 คนได้แก่ ด้านการเงินและการธนาคาร, ด้านการบริการสาธารณะ, ด้านที่อยู่อาศัย, ด้านบริการสุขภาพ, ด้านสินค้าและบริการ, ด้านสื่อสารและโทรคมนาคม และด้านอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และมาจากการเลือกกันเองของผู้แทนองค์กรบริโภคเขต จำนวน 8 คน โดยคณะกรรมการนั้นต้องคำนึงถึงสัดส่วนของเพศหญิงและชายที่ใกล้คียงกัน และไม่มีลักษณะต้องห้าม อาทิ เป็นผู้ประกอบการ,กรรมการบริหาร ผู้มีอำนาจในสถาบันประกอบการ หรือภายในระยะเวลา 3 ปีก่อนได้รับการเสนอชื่อ, ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ รวมถึงตำแหน่งในพรรคการเมือง

ขณะที่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการองค์การฯ ตามร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมีทั้งสิ้น 13 ข้อ โดยมี 9 ข้อที่เกี่ยวกับงานภาพรวม ประชาสังคม ขณะที่อีก 4 ข้อเป็นเรื่องการบริหารภายในองค์การ โดยรายละเอียดงานต่อภาพรวมที่เกี่ยวกับประชาสังคมที่สำคัญ คือ สนับสนุนและช่วยเหลือองค์กรผู้บริโภคด้านต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค, สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริง การโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย,สนับสนุนสิทธิร้องเรียนหรือการดำเนินคดีของผู้บริโภค องค์กรผู้บริโภคที่เดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของผู้ประกอบการ, ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินคดีต่อศษลยุติธรรมหรือศาลปกครองเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคเป็นส่วนรวม คณะกรรมการอาจส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาตั้งพนักงานอัยการดำเนินคดีตามที่เห็นสมควรได้, ตรวจสอบการกระทำที่ละเลยการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วรายงานไปยังหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ หรือ รัฐสภา, ส่งเสริมการศึกษาและวิจัย รวมถึงจัดประชุมรับฟังความเห็น จัดประชุมสมัชชาองค์กรผู้บริโภคอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อประเมินการดำเนินงานและตรวจตสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ

สำหรับเงินและทรัพย์สินขององค์การ ในส่วนที่มาจากรัฐบาลได้กำหนดให้จัดสรรให้เป็นรายปีจากกฎหมายงบประมาณแผ่นดินประจำปี โดยมีข้อกำหนดการจัดสรรให้ไม่น้อยกว่า 3 บาทต่อหัวประชากร หรือหากมีจำนวนประชากร 65 ล้านคนต้องจัดสรรงบให้องค์การ จำนวน 195 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ในทุกๆ 3 ปีต้องมีการกำหนดจำนวนอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นไว้ในพระราชกฤษฎีกาและปรับตามดัชนีค่าครองชีพ นอกจากนั้นในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษสำหรับคณะกรรมการหรือกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ให้ต้องโทษจำคุยตตั้งแต่ 1 ปี – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้จะมีประมวลจริยธรรมองค์การ เป็นระเบียบเพื่อควบคุมการทำงานอีกด้วย