ธปท.ชี้เหตุ'น้ำมันลด'ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล

ธปท.ชี้เหตุ'น้ำมันลด'ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล

"แบงก์ชาติ"เผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนธ.ค.เกินดุลกว่า5.5พันล้านดอลลาร์กดดันเงินบาทแข็ง ชี้อานิสงส์จากน้ำมันลด

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลง ส่งผลต่อมูลค่าการนำเข้าที่ลดลงตามไปด้วย ซึ่งมีผลต่อดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด โดยในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย มียอดเกินดุลถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับการนำเข้าเดือนธ.ค. มีมูลค่ารวมที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกมีมูลค่ารวมที่ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ไทยมียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์

"ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลมากๆ นี้ น่าจะโอเค เพราะมาจากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ถ้าเป็นการเกินดุลจากการนำเข้าที่ลดลงแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพียงแต่กรณีนี้ถ้าหักน้ำมันแล้ว การนำเข้าของเราจะเป็นบวกประมาณ 1.6%" นายดอน กล่าว

นายดอน กล่าวด้วยว่า การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดนี้ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่ากว่าคนอื่น เพราะมีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย เนื่องจากเวลาที่นักลงทุนต่างชาติดูพื้นฐานเศรษฐกิจไทย ส่วนหนึ่งที่เขาดู คือ ดุลบัญชีเดินสะพัด

ผลข้างเคียงน้ำมันลดกระทบส่งออก

ราคาน้ำมันที่ปรับลดลง อาจมีผลต่อมูลค่าการส่งออกของไทยในปีนี้บ้าง เพราะมีกลุ่มสินค้าบางกลุ่มที่มักเคลื่อนไหวอิงกับราคาน้ำมัน เช่น ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ และยางพารา เป็นต้น ซึ่งกลุ่มสินค้าเหล่านี้มีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 5 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย

"น้ำมันที่ลดลงมีผลต่อการส่งออกของเราบ้าง อาจทำให้มูลค่าการส่งออกในปีนี้ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 1% ก็ได้ เพียงแต่ยังต้องดูว่าจะมีปัจจัยอื่นมาชดเชยเพิ่มเติมได้หรือไม่ แต่เนื่องจาก ผลกระทบนี้เป็นเรื่องของราคา จึงไม่ได้มีผลต่อจีดีพีแต่อย่างใด" นายดอนกล่าว

เศรษฐกิจธ.ค.ฟื้นแผ่ว

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนธ.ค.นั้น การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างช้าๆ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยว รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชนแผ่วลงบ้าง แม้ราคาน้ำมันที่ต่ำลงช่วยลดค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต ทั้งนี้เพราะครัวเรือนยังระมัดระวังการใช้จ่าย

ขณะที่ภาคธุรกิจรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเริ่มลงทุนอย่างชัดเจนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่ต่ำลงทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงและดุลบัญชีเดินสะพัดนอกจากจะเกิดดุลเป็นประวัติการณ์แล้ว ยังถือเป็นการเกินดุลที่ต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน และมีแนวโน้มว่า การเกินดุลในปีนี้จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐหนุนส่งออกธ.ค.โต

นายดอน กล่าวว่า การส่งออกสินค้าในเดือนธ.ค. ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ก็สามารถกลับมาเป็นบวกได้ โดยมีอัตราการเติบโต 2.3% เนื่องจากตลาดสหรัฐ เริ่มมีเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีขึ้น แต่อุปสงค์จากจีนยังชะลอตัว และราคาสินค้าบางกลุ่มก็เริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง

ส่วนการนำเข้ามีมูลค่าลดลงจากเดือนก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลจากการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงตามราคาน้ำมันโลก ขณะที่การนำเข้าทองคำก็ลดลงมากหลังจากที่ได้นำเข้าไปแล้วในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาลง

ท่องเที่ยวโตจากตลาดเอเชีย

สำหรับการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง เพราะนักท่องเที่ยวตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีนและมาเลเซียที่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองของไทย และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ การขยายตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สามารถชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวตลาดอื่น โดยเฉพาะรัสเซียและญี่ปุ่นที่เผชิญกับการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของเงินรูเบิลและเงินเยน

นายดอน กล่าวด้วยว่า ในด้านแรงกระตุ้นจากภาครัฐของเดือนธ.ค.เริ่มเพิ่มขึ้น ตามการลงทุนและการซื้อสินค้าและบริการที่เร่งขึ้นมาก โดยเฉพาะการลงทุนในด้านชลประทาน การคมนาคมและการขนส่ง ขณะที่รายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นจากค่าใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 3G และการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล

การจัดเก็บภาษีที่สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่มหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน

น้ำมันยังไม่ส่งผลต่อการบริโภค

ส่วนการบริโภคภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อน โดยผลดีจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงยังส่งผ่านไปยังการใช้จ่ายภาคเอกชนไม่มาก เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูงและราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้ครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย

รวมถึงสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังการให้สินเชื่อแก่ครัวเรือน ส่งผลให้การใช้จ่ายสินค้าคงทนโดยเฉพาะการซื้อรถยนต์ยังไม่ฟื้นตัว และการซื้อสินค้าไม่คงทนชะลอตัวเล็กน้อย ขณะที่การใช้จ่ายหมวดบริการที่ปรับดีขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ลงทุนเอกชนทรงตัว

การลงทุนภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศยังไม่ชัดเจน ประกอบกับความคืบหน้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตและการก่อสร้างในระยะนี้จึงยังมีไม่มากนัก แม้ภาวะการเงินจะเอื้อต่อการลงทุน

สำหรับในด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน สอดคล้องกับการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้การผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐเริ่มขยายตัว โดยเฉพาะในหมวดแผงวงจรรวม (ไอซี) และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การผลิตเพื่อขายในประเทศลดลงตามการผลิตเบียร์ เพราะผู้ผลิตได้เร่งผลิตสินค้าบางส่วนไปแล้วในช่วงก่อนหน้า

"รายได้เกษตรกรที่หดตัวค่อนข้างมาก เป็นปัจจัยลดทอนการบริโภคของครัวเรือน โดยรายได้เกษตรกรที่ลดลงเป็นผลจากพืชสำคัญ 2 ชนิด คือ ยางพาราที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ ได้แก่ จีน และมาเลเซีย ลดคำสั่งซื้อตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับยางพาราถูกกดดันเพิ่มจากราคาน้ำมัน และข้าวที่ราคาลดลงหลังสิ้นสุดโครงการรับจำนำของรัฐบาล"

ลุ้นโครงการรัฐดันศก.โตตามศักยภาพ

นายดอน ยังกล่าวด้วยว่า ประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ซึ่งธปท.ประเมินไว้ที่ 4% ยังถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ เนื่องจากเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐสามารถเร่งผลักดันการลงทุน โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และดึงให้เอกชนลงทุนตามได้ ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ใกล้เคียงกับศักยภาพอีกครั้ง