สรท.หั่นส่งออกคาดปีนี้โต1.5%

สรท.หั่นส่งออกคาดปีนี้โต1.5%

สรท.ปรับลดเป้าส่งออกเหลือ1.1-1.5% จากเดิม 2.5% เหตุราคาน้ำมันร่วง-เศรษฐกิจโลกชะลอ ตลาดสินค้าไทยไม่ฟื้นตัว

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ปรับเป้าส่งออกปีนี้ลงเหลือ 1.1-1.5% เนื่องจากตลาดส่งออกของไทยยังไม่ฟื้นตัว โดยมีเพียงตลาดสหรัฐฯจะสามารถขยายตัวได้

การปรับลดประมาณของสรท.ถือเป็นหน่วยงานแรกๆในปีนี้ที่ปรับลดประมาณการลง ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงพาณิชย์มองว่าส่งออกยังขยายตัวได้ โดยตั้งเป้าไว้ที่ 4% ขณะที่หน่วยงานอื่นอย่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินปีนี้อาจไม่สดใส แต่ยังอยู่ในระดับที่เติบโตได้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่ติดลบ 0.41%

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.ได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกในปี 2558 จากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.5% ลดเหลือ 1.1-1.5%

การลดเป้าส่งออกมาจากปัจจัยลบมีเพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะปัจจัยราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลงมาก ทำให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันต่างก็มีกำลังซื้อที่ลดลง ส่วนตลาดหลักของไทยนั้น เศรษฐกิจเติบโตลดลง มีเพียงสหรัฐฯที่ขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจน แต่ก็ส่งผลบวกกับไทยไม่มาก เพราะสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯมีเพียง 10.5% อยู่ในอันดับที่ 3 รองจากอาเซียนและจีน

"การที่จะหาผู้ซื้อสหรัฐฯเพิ่มทำได้ยาก เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะแย่งคำสั่งซื้อจากรายเดิมมาได้ ดังนั้นการที่ตลาดสหรัฐฯฟื้นตัวจะส่งผลดีต่อไทยได้ไม่มาก"

ทั้งนี้ การประเมินของธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2558 จะขยายตัว 3% ลดลงจากปีก่อนที่ประเมินว่าจะขยายตัว 3.4% โดยตลาดสหรัฐจะขยายตัว 3.2% เพิ่มจากปีก่อนที่ขยายตัว 3% สหภาพยุโรป จะขยายตัว 1.1% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 1.8% ตลาดญี่ปุ่นขยายตัว 1.2% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 1.3% ตลาดจีนขยายตัว 7.1% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว7.5% และตลาดประเทศกำลังพัฒนา จะขยายตัว 4.8% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 5.4%

นายนพพร กล่าวว่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยที่มียอดส่งออกสูงเป็นอันดับ 3 ของการส่งออกทั้งหมด มีสัดส่วน 4-5% ของการส่งออกรวม มีมูลค่า 12,729 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงมาก ก็ทำให้ยอดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปหายไปถึง 40% ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูง ขณะที่ผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงเฉลี่ยเพียง 1.3% แต่ประเทศคู่แข่งต่างก็มีต้นทุนส่วนนี้ลดลงเหมือนกันจึงไม่ช่วยเรื่องการส่งออกมากเท่าไร

"สรท. คาดว่าการส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 จะไม่ขยายตัว ส่วนในครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2% กว่าๆ ทั้งนี้ ก็ยังคงหวังว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 1.5% เนื่องจากเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน และไทยก็มียอดส่งออกติดลบมา 2 ปีซ้อน โดยในปี 2556 ติดลบ 0.3% และปี 2557 ติดลบ 0.4%” นายนพพร กล่าว

นายนพพร กล่าวว่า เมื่อพิจารณาเชิงลึกถึงผลกระทบต่อการส่งออกของไทย สรท.คาดว่าการส่งออกไปอาเซียนจะมีสัดส่วนสูงที่สุดการส่งออกจะขยายตัว 1.5% สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ขยายตัว 0.2% รองลงมาเป็นตลาดจีนคาดว่าจะขยายตัว 0% ดีขึ้นกว่าปีก่อนที่ติดลบ 7.9% ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัว 3% ดีกว่าปีก่อนที่ติดลบ 1.9% ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว5% สูงกว่าปีก่อนที่ขยายตัว 4.1% ตลาดยุโรป คาดว่าจะติดลบ 4% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 4.8% เนื่องจากไทยจะถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี และภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว ตลาดอื่นๆจะขยายตัว 0.7% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยายตัวติดลบ 0.4%

ด้าน นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า แนวทางที่จะกระตุ้นยอดส่งออกอย่างรวดเร็ว มีเพียงการส่งเสริมการค้าชายแดนไปยังตลาดเมียนมาร์ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพราะในปีที่ผ่านมาขยายตัวสูงถึง 7% มีมูลค่ากว่า 1.14 ล้านล้านบาท

หากรัฐบาลส่งเสริมอย่างจริงจังให้ผู้ประกอบการเข้าไปตั้งตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดขนาดใหญ่ ลดการค้าผ่านพ่อค้าคนกลางตามแนวชายแดน ก็จะช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกมาก และอาจจะเพิ่มไปถึง 1.5 ล้านล้านบาทได้ ขณะที่ตลาดใหม่อย่างรัสเซีย แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็มีอุปสรรคทางการค้ามาก ทำให้ยากที่จะขยายมูลค่าการค้าอย่างก้าวกระโดด คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีในการพัฒนาตลาด

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่มียอดส่งออกเป็นอันดับ 1 ของไทย มีสัดส่วนสูงถึง 10% ในปีนี้ก็มีแนวโน้มที่ไม่ดีนัก ซึ่งมองว่าเป้าส่งออกที่ 1.1-1.2 ล้านคันคงต้องใช้ความพยายามมาก เพราะ 3 ตลาดหลักในการนำเข้ารถยนต์ ได้แก่ ตะวันออกกลาง ก็มีรายได้ลดลงมากตามราคาน้ำมันดิบ ก็ทำให้อำนาจในการซื้อรถยนต์ลดลง ตลาดยุโรปก็ถูกยกเลิก จีเอสพี และเศรษฐกิจตกต่ำ ส่วนตลาดออสเตรเลีย ก็เศรษฐกิจถดถอย ค่าเงินผันผวน

ส่วนสินค้าส่งออกอันดับ 2 เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ก็คาดว่าจะรักษาการเติบโตได้ที่ 3% ขณะที่สินค้าเกษตรส่วนใหญ่คาดว่าราคาน่าจะดีขึ้นยกเว้นยางพารา อย่างไรก็ตามเมื่อมองภาวะเศรษฐกิจโลกพบว่ามีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก

"คาดว่าการส่งออกของไทยอาจจะร่วงไปถึง 1.1% แต่ก็อาจจะไปถึง 1.5% ได้ เพราะอัตราการเติบโตใน 2 ปีที่ผ่านมาลดลงมาก"