สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 26-30 ม.ค. 58

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 26-30 ม.ค. 58

“เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลง จากแรงขายทำกำไร หลังดัชนีไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 1,600 จุด”

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

-เงินบาทอ่อนค่าช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามแรงซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ (ท่ามกลางการประเมินว่า มาตรการ QE ของ ECB อาจกระตุ้นให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดเอเชียบางส่วน) ประกอบกับมีแรงหนุนจากมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง. ในช่วงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยอ่อนค่าลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของ FOMC หนุนการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ (ซึ่งต่างไปจากสัญญาณผ่อนคลายของธนาคารกลางหลายแห่งในช่วงนี้) ขณะที่ แรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้าในช่วงสิ้นเดือน ก็กดดันเงินบาทด้วยเช่นกัน

-สำหรับในวันศุกร์ (30 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 32.73 เทียบกับระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 ม.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (2-6 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาปัจจัยของเงินดอลลาร์ฯ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือน ม.ค. ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร/อัตราการว่างงาน เดือนธ.ค. รวมถึงผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลีย ธนาคารกลางอินเดีย และธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งน่าจะคงจุดยืนนโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลายต่อไป

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

-ดัชนี SET ย่อตัวลง จากแรงขายทำกำไร หลังดัชนีไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 1,600 จุด ก่อนจะปิดที่ระดับ 1,581.25 จุด ลดลง 1.07% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 7.54% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 56,468.97 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 724.72 จุด ลดลง 3.81% จากสัปดาห์ก่อน

-ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ โดยมีแรงขายจากปัจจัยเชิงเทคนิค ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ จากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังเฟดระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนได้มีการขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทยหลังดัชนีไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 1,600 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (2-6 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,600 และ 1,674 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับที่1,580 และ 1,560 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้ภาคการผลิตโดย ISM และ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ตลาดคาดว่าจะออกมาค่อนข้างดี ตลอดจน การรายงานดัชนี HSBC PMI ของจีน เพื่อประเมินสัญญาณการชะลอตัว