'บวรศักดิ์'ย้ำควบกสม.กับผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อปชช.

'บวรศักดิ์'ย้ำควบกสม.กับผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อปชช.

มติกมธ.ร่างรธน.ควบกสม.เข้ากับผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้าน"บวรศักดิ์"ย้ำเพื่อยกสถานะขององค์กรเพื่อประโยชน์ประชาชน

วานนี้(30ม.ค.)การประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อสรุปต่อประเด็นการควบรวมองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ให้เป็นองค์กรเดียวกัน ภายใต้ชื่อว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน” หลังจากที่ประชุมได้หารือในประเด็นดังกล่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง โดยประเด็นที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอภิปรายกันมากที่สุด คือประเด็นการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 องค์กรเมื่อนำมารวมเป็นหน่วยงานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดบนฐานการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยสาระสำคัญของบทบัญญัติในตอนที่4 ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน มีรายละเอียด คือ จะมีกรรมการ จำนวน 11 คน มาจากการการสรรหาโดยยึดบทบัญญัติของคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาบังคับใช้

กล่าวคือ มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปีและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว นอกจากนั้นการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชนจะมีการประเมินผลและประกาศผลประเมินทุกปี ขณะที่อำนาจและหน้าที่นั้นได้นำอำนาจและหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินและกสม. ที่กำหนดไว้เดิมในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาแต่ได้เขียนอำนาจเพิ่มเติม คือ ให้มีอำนาจรายงานต่อรัฐสภา และเปิดเผยต่อสาธารณะในกรณีที่ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ดำเนินการตามข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงข่าวด่วนถึงประเด็นดังกล่าวว่า ผลการพิจารณาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีเหตุผลเพื่อยกสถานะและผนึกกำลังของผู้ตรวจการแผ่นดินและ กสม. ขึ้นเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน อย่างไรก็ตามก่อนที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะได้ข้อสรุปดังกล่าวได้พิจารณาความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านและได้ตั้งคณะทำงานเพื่อให้ศึกษาประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่ที่ประชุมจะหารืออีกครั้งจนได้ข้อสรุปดังกล่าวส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในการบริการจัดการองค์กรนั้นจะกำหนดในกฎหมายลูกที่จะยกร่างอีกครั้งทั้งนี้ต้องยึดมั่นในการรักษาสิทธิของข้าราชการและพนักงานในองค์กรเดิมที่มีอยู่ ขณะที่กรรมการ กสม. และผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันที่ยังมีวาระดำรงตำแหน่งอยู่ เบื้องต้นตนเห็นว่าจะให้อยู่ไปจนครบวาระที่มีอยู่เดิมและหากถึงเวลาพ้นวาระก็จะให้รักษาการในตำแหน่งไปจนกว่าจะได้กรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชนชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ยังพร้อมรับฟังความเห็นและประเด็นข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆ

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงเพิ่มเติมว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นการพิจารณาตามกรอบของมาตรา 35 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่ระบุให้พิจารณาถึงความจำเป็นของการดำเนินงานในองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในประเด็นอำนาจและหน้านี้นั้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ปรับลดอำนาจของหน่วยงานเดิมที่มีอยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าในบทบัญญัติที่เขียนใหม่นั้นจะตอบโจทย์ของการวางเป้าหมยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความต้องการของประชาชนในระดับสูงสุด