'ดอน'เปิดรายงานต่อต้านค้ามนุษย์ปี57

'ดอน'เปิดรายงานต่อต้านค้ามนุษย์ปี57

"รมช.ดอน"เปิดรายงานต่อต้านค้ามนุษย์ปี57 วันนี้พร้อมส่งรายงานให้ทุกประเทศที่สนใจดำเนินการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์

นายดอน ปรมัติวินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ร่วมกับนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เปิดตัวรายงานความคืบหน้าการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทย ประจำปี 2557

นายดอน แถลงว่า รายงานนี้ได้ครอบคลุมยุทธศาสตร์ 5 Ps ได้แก่ 1)ด้านนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติ 2)ด้านการดำเนินคดี 3)ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ 4)ด้านการป้องกัน และ 5)ด้านความร่วมมือ ซึ่งในความก้าวหน้าและความสำเร็จในปี 2557 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างเชื่อมโยงกัน โดยได้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายจำนวนกว่า 1.6 ล้านคน รวมทั้งได้แก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับนโยบายการต่อต้านการค้ามนุษย์ในทุกมิติ

นายดอน กล่าวว่า ที่สำคัญที่สุด เราได้แก้ร่างการแก้ไข พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มีการเพิ่มโทษผู้กระทำผิด เช่น การริบทรัพย์เพื่อนำมาชดใช้เป็นค่าสินไหมแก่ผู้เสียหาย และ โดยขณะนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้ว และกำลังรอการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังได้ออกกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานประมงทะเล พ.ศ.2557 ที่เพิ่มอายุขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างประมงทะเล และกำหนดให้พักอย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง พระราชบัญญัติการประมงปี 2558 จะเป็นพื้นฐานของการติดตั้งระบบติดตามเรือและการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายต่อไป อีกทั้งรัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ปี 2558 เป็นจำนวน 496.82 ล้านบาท จากปี 2557 จำนวน 210.77 ล้านบาท หรือเพิ่มจากเดิม 135 เปอร์เซ็นต์

นายดอน กล่าวอีกว่า ในรายงานนี้ยังได้พูดถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับนายหน้า นักค้ามนุษย์ และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนร่วมในการค้ามนุษย์ ซึ่งในปี 2557 มีเหยื่อผู้เสียหาย 595 คน และมีการสอบสวนตั้งข้อหาการค้ามนุษย์ 280 คดี และมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาการค้ามนุษย์ 115 คดี มีผู้ถูกพิพากษาลงโทษ 104 คน และลงโทษบริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมาย 5 บริษัท และดำเนินคดีนายหน้า หรือบริษัทนายหน้าที่ผิดกฎหมาย 134 คดี ทำให้เห็นว่า มีพัฒนาสำคัญเรื่องการดำเนินคดีคือ เน้นการจัดการคดีที่มีความซับซ้อน เพราะมีความเกี่ยวข้องกับผู้บงการหรือขบวนการต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) สามารถนำไปสู่การช่วยเหลือผู้เสียหาย และดำเนินคดีได้ 16 คดี ทั้งนี้ ได้มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ได้แก่ ตำรวจทางหลวง 3 นาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งไปร่วมปฏิบัติการดอกบัวแดง เพื่อไปปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ จ.อุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านี้ทราบว่ามีขบวนลักลอบการค้าประเวณีในพื้นที่ แต่ไม่ดำเนินการละเลยในหน้าที่ ทำให้ถูกสอบสวนดำเนินการเอาผิดทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่กระทรวง 1 คน เจ้าหน้าที่ อบต. 2 คน และทหาร 1 นายถูกจับกุม ขณะที่ทหารอีก 2 นายที่มีรู้เห็น โดยกำลังถูกสอบสวนอยู่

นอกจากนี้ ยังมีบริการสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรับแจ้งเรื่องค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก สตรี คนพิการและการตั้งครรภ์ไม่พร้อม มีบริการล่ามแปลภาษา 5 ภาษาได้แก่ จีน อังกฤษ กัมพูชา เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งในปี 2557 ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 3,485 เรื่อง โดยเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ 123 เรื่อง โดยได้มีการส่งต่อไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อไป

"รายงานความคืบหน้าการต่อต้านการค้ามนุษย์ ปี 57 ฉบับภาษาอังกฤษนี้ได้ถูกแปลจากภาษาไทย เป็น 154 หน้า ได้ประมวลจากการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้ (30 ม.ค.) กระทรวงการต่างประเทศจะส่งรายงานนี้ไปยังประเทศต่างๆ องค์การระหว่างประเทศ เอ็นจีโอ สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่สนใจว่าประเทศไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์อะไรไปบ้าง " นายดอนกล่าว

เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อรายงานความคืบหน้าการต่อต้านการค้ามนุษย์ฉบับนี้ จะส่งผลต่อการจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Tier) ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจัดทำขึ้นอย่างไร นายดอน กล่าวว่า ในแถลงข่าว ตนไม่ได้พูดคำว่า Tier ซึ่งการจัดทำรายงานฉบับนี้ ก็ต้องการให้เห็นว่า รัฐบาลมีมาตรการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ไม่ได้รายงานต่อประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ถือเป็นการปฏิรูปประเทศไทยอีกด้านหนึ่งโดยแท้ ทั้งนี้ เรามีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีกับผู้ที่จับตามองสถถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทย

"สิ่งที่เราคาดหวังในรายงานให้เห็นว่า เราหัวใจทำใส่แรงกายและแรงใจไปในรายงาน เพราะเราตระหนักว่า เรากำลังแก้ปัญหาที่ซ้ำซากของประเทศ หวังว่า ทุกฝ่ายที่ได้รับจะตื่นเต้นกับรายงานฉบับนี้ โดยเราได้ใส่คำตอบและข้อกังวลเป็นส่วนประกอบในรายงานนี้ด้วย" นายดอนกล่าว

ด้านนายวิเชียร กล่าวเสริมว่า ในรายงานได้จัดกลุ่มผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.หญิงบริการ 2.แรงงานประมง 3.ขอทาน ซึ่งขณะนี้ พม.อยู่ในระหว่างการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานเด็กให้เป็นขอทอน โดยได้มีการจัดระเบียบขอทานตลอดทั้งปีนี้ อย่างไรก็ตาม เรามั่นอกมั่นใจในสิ่งที่ดำเนินการอยู่ ที่สำคัญเราอยากเป็นประเทศที่ยอมรับว่ามีการแก้ไขปัญหาอย่างมีมาตรฐานสากล ขอย้ำว่า ไม่ได้ตอบคำถามขอบใคร แต่อยากให้เห็นว่า เราเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์

ขณะที่นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ใน 280 คดีการค้ามนุษย์ มี 8 คดีตัวอย่างจะถูกระบุในรายงานเพื่อให้องค์กรนานาชาติได้เป็นกรณีศึกษา ได้แก่ คดีเหยื่อชาวลาว จ.ชลบุรี (ค้าประเวณี) คดีดอนตูม จ.นครปฐม (ค้าประเวณี) คดี เดอะบาเรห์น (ค้าแรงงานเด็ก) คดีโบรกเกอร์ (บังคับใช้แรงงานเด็ก) คดีกันตัง จ.ตรัง (บังคับใช้แรงงาน) คดีอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย (บังคับใช้แรงงานคนไทย) คดีฉะเชิงเทรา (สถานบริการซุ่มเสี่ยงค้ามนุษย์) คดีหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช (ปราบปรามค้ามนุษย์) โดยในรายละเอียดจะอัพโหลดในเว็ปไซด์ของทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศอีกด้วย