'ประยุทธ์'คาดโทษ'ผู้ว่าฯ'พบทุจริตย้ายทันที

'ประยุทธ์'คาดโทษ'ผู้ว่าฯ'พบทุจริตย้ายทันที

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ คาดโทษ"ผู้ว่าฯ"พบทุจริตย้ายทันที พอใจจับตาสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองได้มากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) เป็นประธานการจัดงาน สรุปผลการปฎิบัติงาน ประจำปี 2557และแถลงแผนการปฎิบัติงาน ประจำปี 2558 ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผบ.รมน. พล.อ.อักษรา เกิดผล เลขาธิการกอ.รมน. พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข, รองเลขาธิการ และหน่วยงานได้ความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นเวลา 16.30 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า เป็นการรับทราบการขับเคลื่อนการดำเนินการกอ.รมน.ซึ่งมีหลายระดับ ทั้งนี้นายกฯ ได้เน้นย้ำการดำเนินการในชั้นของระดับจังหวัด ซึ่งแกนกลางที่เป็นตัวขับเคลื่อน คือผู้ว่าราชการจังหวัดเนื่องจากสวมหมวกสองใบทั้งเป็นผู้ว่าฯ และเป็นผู้อำนวยการรมน.จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ในพื้นที่ภาคใต้ก็จะต้องสวมหมวกถึงสามใบ คือในฐานะศปก.จชต.ด้วย ดังนั้นผู้ว่าฯ จะต้องยึดหลักการสำคัญคือทำให้เร็ว ทำให้ทัน และจะต้องทำอย่างโปร่งใส โดยนายกฯ ได้ย้ำว่าการทำงานต้องบูรณาการงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งผู้ว่าฯ จะต้องใช้ความสามารถขับเคลื่อนงานออกมาให้ได้ เนื่องจากเวลามีจำกัดและนายกฯ ได้ขอให้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่

"นายกฯ เน้นย้ำประเด็นสำคัญคือการเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางการทำงานต้องตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก โดยจะต้องมีแผนจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน และเสนอแผนตามความเป็นจริงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามนายกฯ ได้กำชับการทำงานว่าการทำงานไม่ใช่จะฟังเฉพาะตัวแทนของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้บังคับบัญชาตัวเองเท่านั้น ผู้ว่าฯ จะต้องบูรณาการ บริหารจัดการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ได้ วันนี้เนื้อหาส่วนใหญ่การทำงานของผู้ว่าฯ ว่าต้องทำให้เร็วและสุจริต โดยถ้ามั่นใจว่าสุจริตไม่ต้องกลัวว่าจะช้า โดยให้คิดแบบคนจนเพื่อจะได้เข้าใจว่าคนจนคิดอย่างไร" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการคาดโทษอย่างไรบ้าง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ มีการคาดโทษไว้ว่าอย่าให้รู้ว่ามีการทุจริตประพฤติมิชอบใครที่ชอบแอบอ้างว่าได้มาขอตำแหน่งกับตนแล้วอย่าเชื่อ ซึ่งนายกฯ เล่าให้ที่ประชุมฟังว่าแค่ขับรถผ่านบ้านก็ไปแอบอ้างว่าได้คุยกับตนแล้ว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงโดยขอให้พิจารณาแต่งตั้งตามขีดความสามารถ และระบุว่าถ้าเกิดเหตุการแบบนี้ก็อาจจะย้ายออกจากตำแหน่งเพราะฉะนั้นจะต้องสุจริต ตั้งใจทำงานทำตัวให้เป็นกลจักรสำคัญ นอกจากนี้นายกฯ ยังได้เล่าให้ฟังถึงการดำเนินการเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษซึ่งต้องใช้เงินลงเป็นแสนล้าน จึงได้ระบุว่าอะไรที่ทำได้ขอให้ทำไปก่อน เมื่อที่ดินแพงก็ให้ใช้ที่ดินของรัฐไปก่อน จึงได้กำชับผู้ว่าฯ ให้ไปดูแลและเร่งประชาสัมพันธ์ว่าอย่าซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรเพราะจำทำให้นักลงทุนเกิดความลังเล เพราะเราต้องการให้เกิดการขับเคลื่อนโดยเร็วและต้องการให้พื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษมีความเจริญ

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการรายงานสถานการณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการรายงานในภาพรวมและแผนงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมา ไม่ได้มีการเจาะจงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือความเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือความเห็นที่ยังมีความแตกต่างในขณะนี้ ซึ่งสรุปโดยภาพรวมทั้งหมดนายกฯ มีความพอใจเพราะการรายงานการดำเนินการทั้งหมดสามารถจับตาได้มากขึ้น ซึ่งนายกฯ ระบุว่าในการทำงานต่อปีจะต้องจับต้องได้มากขึ้นกว่าที่ทำอยู่

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ที่มีจำนวน 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประจำ 2 ล้านล้านบาท ส่วนอีก 7 แสนล้านบาทตั้งไว้ทำนู้นทำนี่ จึงทำให้งบการลงทุนลดลง ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางพารา ซึ่งนายกฯ ระบุว่า รู้และเห็นใจความยากลำบากของชาวสวนยาง และนายกฯ ยังเล่าให้ฟังว่า ได้ดูรายการทางโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์เกษตรกรสวนยาง ก็รู้สึกสงสาร ดูจากรอยย่นที่ระหว่างคิ้วแล้วเข้าใจความรู้สึก ซึ่งวันนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยให้หน่วนงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางดูแลแก้ปัญหาราคายางและทำให้เกษตรกรสวนยางเข้าใจ ว่ารัฐบาลมีเงินเท่านี้ ไม่สามารถสนับสนุนอะไรได้มาก ซึ่งทางมรว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายแก้ไขปัญหา เบื้องต้นคือการมูฟวิ่งสต๊อก โดยรัฐบาลเข้าไปซื้อนำตลาด และพยายามขายยางในสต๊อกก่อน จากนั้นค่อยซื้อยางใหม่เข้ามา เพื่อดูแลราคายาง และใน 7 ปีข้างหน้ารัฐบาลได้ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนสวนยางให้ได้ 7 แสนไร่ และสนับสนุนให้ปลูกพืชชนิดอื่นเข้ามาเสริม