S : ผลประกอบการเติบโตสูงด้วยการทำ M&A

S : ผลประกอบการเติบโตสูงด้วยการทำ M&A

แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง ด้วยค่าเฉลี่ย 3 ปี (CAGR 2015-18F) ที่ระดับ 217% ต่อปี

สำนักวิจัยทิสโก้เริ่มต้นคำแนะนำ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) "ซื้อ" ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 12.5 บาท (SOTP) โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของผลประกอบการเฉลี่ยจะสูงถึงปีละ 217% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ปัจจัยเติบโตหลักๆ คือ (1) S จะมีดีลเข้าซื้อกิจการและการควบรวม (M&A) อย่างน้อย 25 ดีล ด้วยมูลค่าลงทุนราว 8.04 หมื่นล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2) ฐานะการเงินแข็งแกร่งหนุนจากการเพิ่มทุนและการตั้ง REIT และ (3) ได้ตัวผู้บริหารใหม่ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาฯ ที่หลากหลายมากกว่าทศวรรษ

งบลงทุน 5 ปีที่ 8.04 หมื่นล้านบาท เตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง : ระหว่างช่วง 5 ปีข้างหน้า บริษัทวางแผนลงทุนกว่า 8.04 หมื่นล้านบาท หรือราว 1.6 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งรวมถึง 5-6 ดีลในการทำ M&A และการลงทุนใหม่ๆ สำหรับ 5 ปีแรก สัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นเป็นประจำจากการขายที่พักอาศัยจะเป็นสัดส่วนรายได้ ถึง 60-70% สำหรับรายได้รวม แต่ในระยะยาวกลยุทธ์ของบริษัท คือ การทำให้ยอดขายจากการขายอสังหาฯ กับรายได้ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ อยู่ที่ระดับ 50:50

เทิร์นอะราวด์จากขาดทุนในปี 2014 ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่ง : รายได้ที่แข็งแกร่งและกำไรที่พลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไร และแผนการควบรวมในเชิงรุก สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า S จะมีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาทในปี 2015F (จากขาดทุนในปี 2014) ด้วยการเติบโตในระดับ 217% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2015-18F) ในปี 2015 สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า S จะรับรู้รายได้ 4.1 พันล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 15 เท่าจากปีที่แล้ว โดย 60% ของรายได้คาดว่าจะมาจากดีลควบรวมกับผู้พัฒนาอสังหาฯที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ รายได้ที่เหลือจะมาจากรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรมรวมถึงดีลควบรวมอีก 3 แห่งในธุรกิจโรงแรมในปี 2015F

มูลค่าที่เหมาะสม 12.5 บาท อิงจากวิธี SOTP : สำนักวิจัยทิสโก้ประเมินมูลค่า S จากวิธี SOTP สำนักวิจัยทิสโก้ใช้วิธี DCF ประเมินมูลค่าบริษัทจากธุรกิจที่มีรายได้ประจำได้มูลค่า 12 บาท และธุรกิจอสังหาริทรัพย์จากการขายบ้านและคอนโดอีก 0.50 บาทต่อหุ้น อิงจากค่าพีอีที่ระดับ 10 เท่าสำหรับปี 2015F ส่งผลให้มูลค่ารวม (SOTP) เท่ากับ 12.5 บาทต่อหุ้น ปัจจัยเสี่ยง คือ ดีล M&A ที่น้อยกว่าคาด, ยอดจองที่น้อยกว่าคาด, การก่อสร้างล่าช้า และอัตราการเข้าพักน้อยกว่าคาดทั้งในธุรกิจโรงแรม, ออฟฟิศ และค้าปลีก