KSS Talk

KSS Talk

BCP : คาดผลประกอบการ 4Q57 พลิกเป็นขาดทุน

คาดผลประกอบการ 4Q57 ขาดทุนสุทธิ 2.67 พันล้านบาท

เราคาดการณ์ผลประกอบการ 4Q57 ขาดทุนสุทธิ 2.67 พันล้านบาท ด้วยแรงกดดันจากการบันทึกผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน การบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนสต๊อกสินค้า (LCM) และบันทึกด้อยค่าโครงการลงทุนปิโตรเลียมของบริษัท Nido (BCP ถือหุ้น 81.4%) ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2557 ลงจาก 3.8 พันล้านบาท เหลือ 529 ล้านบาท

ค่าการกลั่นพื้นฐานขยายตัว สวนทางด้วยขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

เราประเมินผลการดำเนินงานหลักงวด 4Q57 แข็งแกร่งด้วยแรงหนุนจากค่าการกลั่นพื้นฐานดีขึ้นเป็น US$9.0/บาร์เรล (US$6.9/บาร์เรล 3Q57, US$4.8/บาร์เรล 4Q56) เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันกลุ่ม Middle distillate กับน้ำมันดิบขยายตัวตามฤดูกาล และระดับการกลั่นน้ำมันเพิ่มเป็น 102 KBD (97 KBD 3Q57, 101 KBD 4Q56) จากประสิทธิภาพการกลั่นที่เพิ่มขึ้นหลังปิดซ่อมบำรุงใน 2Q57 อย่างไรก็ดี การหดตัวของราคาน้ำมันดิบดูไบเหลือ US$74.5/บาร์เรล (-27%QoQ, -30%YoY) ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน US$12/บาร์เรล หรือ 3.6 พันล้านบาท (ขาดทุน US$4.9/บาร์เรล 3Q57, กำไร US$2.1/บาร์เรล 4Q56) รวมถึงมีการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนสต๊อกสินค้า (LCM) US$3.3/บาร์เรล หรือประมาณ 1.0 พันล้านบาท

บันทึกด้อยค่าโครงการปิโตรเลียมบริษัท Nido

BCP เข้าถือหุ้นบริษัท Nido ครบ 81.4% ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 ด้วยเงินลงทุนทั้งหมด 3.3 พันล้านบาท ผลจากการหดตัวของราคาน้ำมันดิบที่ผ่านมาส่งผลให้ BCP มีการบันทึกด้อยค่าโครงการลงทุนปิโตรเลียมของ Nido ประมาณ 800 ล้านบาท ใน 4Q57 ทั้งนี้ เราคาดว่าทิศทางราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องจากสิ้นปีที่ผ่านมาอาจส่งผลให้บริษัทต้องมีการบันทึกด้อยค่าโครงการเพิ่มเติมในปี 2558 ซึ่งเราจะมีการทบทวนเป็นรายไตรมาส

คาดผลประกอบการปี 2558 กลับเป็นกำไรสุทธิ

เราประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เติบโตโดดเด่น YoY เป็น 4.9 พันล้านบาท เนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปี 2557 ประกอบกับแรงหนุนจากการดำเนินงานหลัก 1) ระดับการกลั่นเพิ่มเป็น 100 KBD (90 KBD ปี 2557) เนื่องจากไม่มีแผนการปิดซ่อมบำรุง 2) ค่าการกลั่นพื้นฐานทรงตัวเท่ากับ US$6.8/บาร์เรล 3) รับรู้ผลประกอบการโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 3 เฟส (118 เมกะวัตต์) เต็มทั้งปี ซึ่งคิดเป็น 30% ของ EBITDA เราคาดว่าปี 2558 มีความเป็นไปได้ที่ BCP จะบันทึกผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันอิงกับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบทยอยฟื้นตัวใน 2H58

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ผลประกอบการผ่านจุดเลวร้าย

เราประเมินมูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 39 บาท (DCF, WACC 10%, Terminal growth rate 2%) และคงคำแนะนำ ซื้อ มีจุดเด่นระยะสั้นจากแนวโน้มผลประกอบการกลับมาฟื้นตัวในปี 2558 และแผนการลงทุนในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มประเทศญี่ปุ่นที่คาดว่าจะสามารถสรุปรูปแบบและสัดส่วนการลงทุนในเดือน เม.ย. จุดเด่นระยะยาวมาจากแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่นภายใต้โครงการ 3E Project ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 61 ช่วยเพิ่มกำลังการกลั่นจาก 120 KBD เป็น 140 KBD ขณะที่แผนการขายหุ้นของ PTT (ถือ 27.2%) คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานและแผนการลงทุนของบริษัทที่ยังคงเน้นการขยายธุรกิจต้นน้ำเพื่อเพิ่มความได้เปรียบด้านวัตถุดิบ และธุรกิจพลังงานสะอาดเพื่อลดความผันผวนของผลประกอบการ