'ไพบูลย์'กำชับราชทัณฑ์ปรับคุกให้เป็นโรงเรียน

'ไพบูลย์'กำชับราชทัณฑ์ปรับคุกให้เป็นโรงเรียน

"ไพบูลย์" กำชับราชทัณฑ์ปรับคุกให้เป็นโรงเรียน เข้มงวดการคัดกรองนักโทษวัยหนุ่มเข้าโครงการวิวัฒน์พลเมือง

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางตรวจเยี่ยมทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการจัดกิจกรรมสำหรับพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังวัยหนุ่มของกรมราชทัณฑ์ตามโครงการวิวัฒน์พลเมือง เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยโดยมีนายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ให้การต้อนรับ

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีผู้ต้องขังทั่วประเทศจำนวน 330,000 คน ซึ่งเกินความจุของเรือนจำที่สามารถรองรับได้ผู้ต้องขังได้เพียง 160,000 คน จึงทำให้กรมราชทัณฑ์ไม่สามารถบำบัดฟื้นฟูเพื่อพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตนได้มอบนโยบายให้กรมราชทัณฑ์พยายามเน้นหนักในส่วนของกลุ่มผู้ต้องขังวัยหนุ่ม หรือผู้กระทำผิดที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี ประมาณ 50,000 คน ให้ได้รับการพัฒนาพฤตินิสัย ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะคัดผู้ต้องขัง 10,000 คน เข้าโครงการนำร่องในเรือนจำ 3 แห่ง ประกอบด้วยทัณฑสถานวัยหนุ่ม จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.นครศรีธรรมราช

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยตัวออกไปร้อยละ 10 ยังไม่สำนึกและกลับไปกระทำผิดซ้ำ ตนได้สั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ละเรือนจำทั่วประเทศ ไปวางระบบใหม่เพื่อคัดกรองไม่ให้นักโทษที่ยังไม่มีจิตสำนึกหลุดเข้าไปในระบบวิวัฒน์พลเมือง. นอกจากนี้ยังสั่งการให้ผู้บริหารเรือนจำทำคุกให้เป็นโรงเรียน และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ต้องทำหน้าที่เสมือนครูใหญ่. ส่วนเจ้าหน้าที่ในฝ่ายปฏิบัติ หรือผู้คุมขัง ต้องทำหน้าที่เป็นครู จำเป็นต้องสร้างวิญญาณความเป็นครูให้แก่ผู้คุม ไม่ใช่เพียงแต่ถือกระบองควบคุมนักโทษในโรงเรียน และกลุ่มผู้ต้องขัง ต้องเปิดใจรับสิ่งที่ผู้คุมสอน ควรปรับตัวและรับแต่สิ่งดีๆไป

สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการวิวัฒน์พลเมืองและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย จะได้รับการฝึกอาชีพ และทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ เรียนทำอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวเหนียวหมูปิ้ง โรตี และขนมครก รวมถึงอาชีพสารพัดช่างต่างๆ นอกจากเรือนจำยังได้นำรุ่นพี่ทีผ่านโครงการวิวัฒน์พลเมืองรุ่นต่างๆมานะแนวทางให้กับผู้ต้องขังยึดเป็นแบบอย่าง อาทิ นายเฉลิมพล สวัสดิ์สุข หรือ"เอ็ม สิงห์วังชา" แชมป์มวยสากลแห่งสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย ที่เคยต้องโทษจำคุกและได้รับโอกาสฝึกชกมวยจนกลายเป็นแชมป์โลก นายสมยศ นวลแก้ว ผู้พ้นโทษที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพจากบริษัทชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จนสามารถเปิดร้านก๊วยเตี๋ยวเป็นของตัวเองมีเงินเก็บหลักแสนบาทหลังพ้นโทษเพียง 4 เดือน นายปิติ พลศิริ ซึ่งปัจจุบันเปิดร้านขายขนมครก กาแฟโบราณ และไอติมกะทิสดในจ.ระยอง และนายอัครินทร์ ปูรี อดีตผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ที่ออกมายึดอาชีพประดิษฐ์กีตาร์และอะคูเลเล่แฮนด์เมด ขายราคาตัวละ 450,000 บาท