ดีเอสไอแถลงจับกุม10ผู้ต้องหาคดีแชร์ล็อตเตอรี่

ดีเอสไอแถลงจับกุม10ผู้ต้องหาคดีแชร์ล็อตเตอรี่

ดีเอสไอแถลงผลจับกุม10ผู้ต้องหาคดีแชร์ล็อตเตอรี่ หลอกตุ๋นคนในพื้นที่ภาคเหนือร่วมลงทุน เสียหาย670ล้านบาท

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนายไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 10 คน ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กรณีแชร์ล็อตเตอรี่ในจังหวัดตาก ลำพูน และเชียงใหม่ หลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหายกว่า 670 ล้านบาท โดยนางสุวณา กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 สนธิกำลังร่วมกับสำนักคดีอาญาพิเศษ1 และ 2 ศูนย์สืบสวนสะกดรอย และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 5 จับกุมผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 10 คน ประกอบด้วย 1.นายมังกร พันธุ์วิไล 2.น.ส.สมร คำยอง หรือพันธุ์วิไล 3.นายปรีดา ตรองใจ 4. นางสมพร ตรองใจ 5.นายเกรียงยศ ตรองใจ 6.นางเพ็ญศรี ฟุ่มเฟือย 7.นายพันธ์ทวี ปานแก้ว 8. นางสุภาพร ปานแก้ว 9. นายสมพร ณ คำ และ 10.นางพันธมน แสงทอง หรือจินากาศ ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นหัวหน้าสาย ให้กับเครือข่ายของนางวารุณี ดวงตาสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ กระทำการโฆษณาและชักชวนประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่จ.ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และจังหวัดใกล้เคียงร่วมลงทุนซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาทุนเพื่อไปจำหน่ายต่อแลกกับค่าตอบแทนจำนวนมาก โดยมีการกำหนดแผนลงทุนด้วยการจัดทำเป็นสัญญาซื้อขายร่วมทุนด้วย

ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2556 นายธงชัย ช่อประดิษฐ์ เข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอกล่าวหานางวารุณี หลอกลวงว่าได้โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมากแต่ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อ จึงชักชวนให้ผู้สนใจนำเงินมาลงทุน ทั้งที่ข้อเท็จจริงนางวารุณีมีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในฐานะผู้พิการเพียงแค่ 65 เล่มเท่านั้น โดยรายละเอียดการระดมทุนระบุราคาหุ้นละ 38,000 บาท อ้างว่าเป็นการลงทุนในสลากกินแบ่งรัฐบาล 5 เล่ม เสนอผลตอบแทนเป็นรายงวด งวดละ 1,000 บาทต่อ 1 หุ้น ซึ่งมีนายปรีดา นายเกรียงยศ และนางเพ็ญศรี เป็นหัวหน้าสาย โฆษณาชักชวนหาผู้ร่วมทุนเสนอผลตอบแทนหุ้นละ 800 บาทต่อหุ้น หัวหน้าสายหักส่วนต่าง 200 บาทต่อหุ้น

"หากคำนาณจากโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นางวารุณีได้รับ 65 เล่ม มีค่าใช้จ่ายในการซื้อ 238,200 บาทต่องวดหรือคิดเป็นหุ้นได้ประมาณ 7 หุ้น แต่จากการสอบสวนผู้เสียหายพบว่านางวารุณีได้ระดมทุนเป็นจำนวนมากกว่า 20,000 หุ้น คิดเป็นเงินกว่า 670 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าเงินที่ใช้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามสิทธินางวารุณีมาก" พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าว

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า จะขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องรายอื่น และเร่งดำเนินการติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง โดยคดีดังกล่าวขณะนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว 640 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาคาดว่าจะให้ประกันในชั้นสอบสวน ซึ่งในส่วนของนางวารุณีผู้ต้องหาที่เคยเข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้ดีเอสไอจะรวบรวมสำนวนเพื่อสั่งฟ้อง