BCP - ซื้อ

BCP - ซื้อ

หุ้นที่ดีที่สุดในกลุ่มโรงกลั่นไทย

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าได้ก้าวผ่านไตรมาสที่แย่ที่สุดไปแล้ว โดยแนวโน้มการเติบโตของกำไรของ BCP ที่แข็งแกร่งหนุนจากอัตรากำไรธุรกิจ R&M และปริมาณขายที่ขยายตัวคาดจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้อีก นอกจากนี้ หุ้นยังมีมูลค่าที่ค่อนข้างต่ำ โดยราคาหุ้น ณ ปัจจุบันบ่งชี้ถึงค่า PER ปี 2558 ที่ 10 เท่าสำหรับหน่วยโรงกลั่นและค้าปลีก ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาวและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 14.8 เท่าอยู่มาก เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ

คาดกำไรหลักเติบโต แต่จะขาดทุนพิเศษจำนวนมาก ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ

เราคาด BCP จะรายงานกำไรหลักไตรมาส 4/57 ที่ 2,568 ล้านบาท พลิกฟื้น YoY และเพิ่มขึ้นถึง 80% QoQ หนุนจาก: 1) ค่าการกลั่นตลาดที่มากขึ้น (เพิ่มขึ้น 76% YoY และ 23% QoQ เป็น 8.5 เหรียญต่อบาร์เรล), 2) ปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 5% QoQ เป็น 102,000 บาร์เรลต่อวัน), 3) ค่าการตลาดค้าปลีกที่สูงขึ้น 39% YoY (ลดลง 4% QoQ) เป็น 0.68 บาทต่อลิตร และ 4) ส่วนแบ่งกำไรที่มากขึ้นจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม เราบริษัทจะรายงานขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/57 จากขาดทุนสต๊อกน้ำมันและการบันทึกราคาทุนหรือราคาตลาดที่ต่ำกว่าจำนวนมากที่ 4,653 ล้านบาท ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 900 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราและเปลี่ยน 118 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน BCP คาดจะบันทึกกำไรจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันที่ 92 ล้านบาท และค่าสินไหมทดแทน 200 ล้านบาท ซึ่งคาดจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากขาดทุนพิเศษนี้ได้ ดังนั้นเราจึงมองว่าไตรมาสดังกล่าวจะขาดทุนสุทธิที่ 2,810 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิในไตรมาส 4/56 และ 3/57 ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2557 อยู่ที่เพียง 390 ล้านบาท (จากที่คาดการณ์ไว้ 4,653 ล้านบาทก่อนหน้า)

กำไรหลักคาดเติบโตขึ้นอีกและพลิกฟื้นทำกำไรสุทธิได้ในไตรมาส 1/58

เรามองว่า BCP จะสามารถคงแนวโน้มการเติบโตของกำไรหลักที่แข็งแกร่ง (ทั้ง YoY และ QoQ) ได้ตลอดจนถึงไตรมาส 1/58 หนุนจากปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่น ค่าการกลั่นตลาด ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดและค่าการตลาดค้าปลีก รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเรายังเชื่อว่ากำไรสุทธิไตรมาสดังกล่าวยังคาดจะพลิกมาทำกำไรได้จากขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่ลดลงอีกด้วย

แนวโน้มค่าการกลั่นที่ดีส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการปี 2558

ข้อมูลในอดีตชี้ว่าราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปจะเปลี่ยนแปลงล่าช้าระหว่างกัน ดังนั้นโดยปกติแล้วค่าการกลั่นจึงจะสูงขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง ดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงราคาน้ำมันดิบอยู่ในช่วงขาลงขณะนี้

ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 104 เหรียญต่อบาร์เรลในเดือนก.ค. 2557 เป็น 44 เหรียญ ณ ปัจจุบัน ในทางกลับกัน ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจาก 4.1 เหรียญต่อบาร์เรลเป็น 7.5 เหรียญต่อบาร์เรลในช่วงเวลาเดียวกัน (รูปที่ 2) นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีกยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวอีกด้วย ทั้งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและค่าการตลาดค้าปลีกที่มากขึ้น (ซึ่งปรับตัวไปในทิศทางเดียวกันค่าการกลั่น ดูรูปที่ 3)

ค่าการกลั่นและอุปสงค์ที่มีแนวโน้มดีขึ้นส่งผลให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ขึ้น 7% เป็น 5,768 ล้านบาท (รูปที่ 4) และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 37 บาท (จาก 33 บาท)