ปรับขึ้น ทดสอบ 1600 จุด

ปรับขึ้น ทดสอบ 1600 จุด

ซื้อสะสม โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 1580 จุด ลงมา

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1600 จุด หลังประธานเฟดกล่าวยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนไหลเข้ายังช่วยหนุน และซื้อสะสมหุ้นปันผลดี

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับขึ้นทดสอบ 1600 จุด ตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังวานนี้ประธานเฟด ส่งสัญญาณกับวุฒิสมาชิกว่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในทันที ลดความกังวลของตลาด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวได้เล็กน้อยวานนี้ ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานออกมาดี ส่วนวันนี้ จับตาตัวเลขจีดีพี 4Q57 สหรัฐ ที่คาดว่าจะเติบโตดีต่อเนื่องแม้จะชะลอลงจากไตรมาส 3 ส่วนปัจจัยในประเทศ การเคลื่อนไหวของหุ้น BAY ยังเป็นสาเหตุให้ตลาดโดยรวมเป็นไปในทิศทางผันผวนอย่างหนัก แต่แรงซื้อนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางเป็นขาขึ้นได้ต่อ โดยเราประเมินว่าวันนี้ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1600 จุดอีกรอบ และคาดว่าในสัปดาห์หน้ามีโอกาสที่จะผ่านแนวต้านนี้ขึ้นไป โดยจะมีแนวต้านถัดไปบริเวณ 1610/1635 จุด

กลยุทธ์ลงทุน : แนะนำ สะสมที่แนวรับ โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 1580 จุดลงมา เน้นปันผลดี INTUCH SPALI TICON และหุ้นมี Upward Revision อาทิ IFEC SEAFCO NOK AIT BEAUTY หุ้นเก็งกำไรรายวัน KCE AAV GUNKUL

ปัจจัยต่างประเทศ

ประธานเฟดส่งสัญญาณไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทันที ในการเข้าพบวุฒิสมาชิกวานนี้ โดยนางเจเนต เยลเลน กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตได้ดีขึ้น แต่การจ้างงานยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก จึงจะยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยในทันที ส่งผลตลาดหุ้นสหรัฐปรับสูงขึ้นทันทีที่มีรายงานข่าวดังกล่าว จากช่วงต้นตลาดที่เคลื่อนไหวในกรอบแคบ

มุมมองของนักลงทุนรายใหญ่ อย่างบิล กรอส เห็นว่าตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรจะไม่เกิดการเทขายครั้งใหญ่จากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เนื่องจากคาดว่าเฟดจะค่อยๆ ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างช้าๆ ในปีนี้ เพื่อให้ตลาดการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ มุมมองดังกล่าว สอดคล้องกับมุมมองของ KTZ ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้เกิดความผันผวนระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะกลางและยาวตลาดหุ้นจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ อิงจากสถิติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดใน 5 รอบล่าสุด ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเฉลี่ยที่ 2% ใน 1 เดือนของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก แต่หลังจากนั้นสามารถพลิกกลับมาให้ผลตอบแทนบวกได้ที่ 3% และ 8% ในช่วง 3 และ 6 เดือนหลังการขึ้นดอกเบี้ยตามลำดับ (ดูรูปประกอบในหน้า 4)

ปัจจัยในประเทศ

สศค. คาดปีนี้เศรษฐกิจโต 3.9% จากปี57 โต 0.7% โดยคาดแรงหนุนมาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เม็ดเงินจากงบกลางที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปีและงบไทยเข้มแข็ง ประกอบกับอุปสงค์จากต่างประเทศคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายหลังสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศคลี่คลายลง รวมถึงการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่การเติบโตของการส่งออกไทยจะยังคงมีข้อจำกัด ทั้งนี้ KTZ คาดเศรษฐกิจไทยปี 57 โต 0.8% และจะเร่งขึ้นเป็น 4.0% ในปี 58 โดยคาดกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ท่องเที่ยว และค้าปลีก เป็นต้น

ทางเทคนิค ภาพรวมของดัชนีฯ คาดยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่ในสัปดาห์นี้มีโอกาสของการพักตัว หรือเคลื่อนไหวแบบ sideway เนื่องจากว่าสัปดาห์ที่แล้วปรับขึ้นมาเร็วและแรง การพักตัวระยะสั้นเพื่อไม่ให้เกิดภาวะ overbought ของดัชนีฯ จึงมีความเป็นไปได้ โดยหากปิดไม่ต่ำกว่าแนวรับ 1580 จุด ยังมีโอกาสของการปรับขึ้นต่อเนื่อง แนวต้านถัดไปอยู่ที่บริเวณ 1640-1650 จุด