ร่างรธน.ใหม่สกัดนักการเมืองล้วงลูก

ร่างรธน.ใหม่สกัดนักการเมืองล้วงลูก

ร่างรธน.ใหม่สกัดนักการเมืองล้วงลูก ตั้ง7อรหันต์ขรก.ระดับปลัดกระทรวง คัดเลือกคนเหมาะสมเสนอให้นายกฯทูลเกล้าฯ

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นวันที่สิบสาม ได้เข้าสู่การพิจารณา หมวด 6 ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน ซึ่งอยู่ในภาค2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง โดยอนุกมธ.พิจารณาบทบัญญัติเป็นรายมาตราฯ ได้นำเสนอทั้งสิ้น 5 มาตรา โดยทั้งหมดถือเป็นหลักการใหม่ที่ต้องการกระบวนการที่ทำให้เกิดการปฏิรูปในกระบวนการทางราชการ ในส่วนเฉพาะที่เกี่ยวกับการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการที่เดิมจะเป็นอำนาจของนักการเมืองระดับรัฐมนตรี ไปเป็นคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการในระบบคุณธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในมาตรา (2/6/-)1 เป็นการกำหนดข้อห้ามไม่ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ซึ่งมีบทบัญญัติว่า "ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง จะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น มิได้" โดยเจตนารมณ์ที่สำคัญเพื่อให้เกิดการแบ่งแยกการทำงานที่ชัดเจน และไม่ทำให้เกิดประโยชน์หรือการทำหน้าที่ที่ทับซ้อน ซึ่งที่ประชุมได้ผ่านการพิจารณาโดยไม่มีการแก้ไขหรือไม่

มาตรา (2/6/-)2 ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการพลเมืองที่ต้องใช้ระบบคุณธรรม โดยการแต่งตั้งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการในระบบคุณธรรม เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง โดยคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการในระบบคุณธรรม ทางอนุ กมธ.ฯ ได้เสนอสัดส่วนจำนวน 5 คน มาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เลือกจาก ก.พ. จำนวน 2 คน และ จากที่ประชุมปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนาชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง เลือกผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง จำนวน 3 คน โดยกรรมการฯมีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี โดยให้วุฒิสภาเป็นผู้พิจารณาประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของกรรมการฯ ก่อนนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งกรรมการฯ สำหรับรายละเอียดขอมาตราที่เสนอมีเหตุผลสำคัญเพื่อลดอำนาจของฝ่ายการเมืองที่มักเข้าไปแทรกแซงกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หรือใช้ระบบอุปถัมภ์ไปดำเนินการเลือกคนของตนเองไปดำรงตำแหน่งมากกว่าความรู้และความสามารถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในมาตรา(2/6/-)2 นั้นที่ประชุมได้ใช้เวลาอภิปรายกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่มาและหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการฯ ว่าตามร่างมาตราที่อนุฯ เสนอนั้นไม่มีความครอบคลุม เพราะคณะกรรมการฯ จะมีหน้าที่แต่งตั้งปลัดและหัวหน้าราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวงจะดำเนินการได้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ยกเว้นกระทรวงหรือหน่วยงานที่มีระเบียบว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการของตนเองอยู่แล้ว เช่น กระทรวงกลาโหม, องค์กรตุลาการ เป็นต้น ดังนั้นเพื่อความเหมาะสมควรจะปรับจำนวนกรรมการ และเพิ่มสัดส่วนของบุคคลที่มีความรอบรู้ และภารงานที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้ที่ประชุมได้ปรับสัดส่วนเพิ่มเติม โดยให้มาจากประธานกรรมการจริยธรรมของทุกกระทรวงซึ่งเลือกันเอง จำนว 2 คน ทำให้กรรมการฯ มียอดรวมทั้งสิ้น 7 คน

อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้อภิปรายถึงประเด็นการแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการในระดับอธิบดี หรือเทียบเท่า และผู้ว่าราชการจังหวัด ที่พบว่าฝ่ายการเมืองจะใช้อำนาจส่วนตัวในการดำเนินการ และเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าปลัดกระทรวง ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับประเด็นดังกล่าวเป็นข้อสังเกต และมอบหมายให้คณะอนุ พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขในส่วนดังกล่าวด้วยโดยเฉพาะประเด็นการให้ความคุ้มครองให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ได้ครบวาระ โดยไม่ถูกโยกย้ายด้วยเหตุผลไม่เหมาะสมเช่น พรรคพวกของนักการเมืองในพื้นที่ ไม่ใช่ฐานทางการเมืองเลือกตั้ง

นอกจากนั้นแล้วยังได้อภิปรายถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม ซึ่งอนุ กมธ.ฯ เสนอให้มีอำนาจเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง โดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ซักถามขั้นตอนการทำงานและอำนาจการย้ายหรือให้บุคคลพ้นจากตำแหน่งว่าหากเป็นของนายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีจะเหมาะสมหรือไม่ ซึ่ง อนุ กมธ.ฯ ชี้แจงขั้นตอนว่าจะมีหลักการ คือ ให้คณะกรรมการฯ เสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสม รอบแรก จำนวน 3 ชื่อให้นายกฯ เป็นผู้เลือกนำนำความกราบบังคมทูลฯ แต่หากนายกฯ ไม่เลือก คณะกรรมการฯ จะนำชื่อมาเลือกและเสนอให้พิจารณาเพียง 1 ชื่อ แต่หากนายกฯ ไม่ดำเนินการอีก จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ ที่นำชื่อบุคคลที่เหมาะสมขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้รายละเอียดจะระบุไว้ในกฎหมายที่เตรียมยกร่างอีกครั้ง ส่วนประเด็นการย้ายหรือให้พ้นจากตำแหน่ง ที่ประชุมได้มีมติให้เพิ่มไปในความวรรคท้ายของร่างมาตราดังกล่าวเพื่อให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ

จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณารายมาตราต่อไปจนครบ โดยที่ประชุมไม่มีการแก้ไขบทบัญญัติแต่อย่างไร ได้แก่ มาตรา (2/6/-)3 เป็นการวางหลักเกณ์การทำหน้าที่ของข้ารากชารและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา รวมถึงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล อำนวยความสะดวกและการให้บริการแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงกำหนดใหมีการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการสาธารณะของหน่วยงานรัฐ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่มีกฎหมายบัญญัติ โดยเจตนารมณ์สำคัญเพื่อเป็นการวางแนวทางการทำงานของข้าราชการและมีการประเมินผลโดยประชาชนด้วย ทั้งนี้ที่ประชุมได้ผ่านการพิจารณาโดยไม่มีการแก้ไข, มาตรา (2/6/-)4 ว่าด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีข้อกำหนดให้การสั่งการในการบริหารราชการแผ่นดินต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน อาจสั่งราชการด้วยวาจาได้ แต่ให้ผู้รับคำสั่งนั้นบันทึกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรและเสอให้ผู้สั่งลงนามภายหลัง หากข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการใดโดยไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรหากพบว่าเป็นความผิดต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง อีกทั้งได้วางหลักความคุ้มครองข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ที่สั่งการโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ด้วย, และมาตรา (2/6/-)4 ว่าด้วยการให้สิทธิประชาชนในการมีส่วนร่วมต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ ให้ข้อมูลและความเห็นในการบริหารราชการกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ, ร่วมต่อการบริหารราชการแผ่นดินตามที่กฎหมายบัญญัติและตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่าละเลยสามารถแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รฐนั้นเพื่อขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ หรือฟ้องคดีต่อศาลตามที่มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย