'พงศ์พัฒน์-ลูกน้อง'ให้การรับสารภาพคดีหมิ่นเบื้องสูง

'พงศ์พัฒน์-ลูกน้อง'ให้การรับสารภาพคดีหมิ่นเบื้องสูง

"พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์-ลูกน้อง5คน"ให้การรับสารภาพ3คดี หลังศาลเบิกตัวเรือนจำ สอบคำให้การคดีอัยการฟ้องหมิ่นเบื้องสูง

ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้เบิกตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 59 ปี อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อายุ 59 ปี อดีตรอง ผบช.ก , พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อายุ 55 ปี อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) , พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อายุ 46 ปี อดีต ผกก.4 ปคบ. , ด.ต. สุรศักดิ์ จันเงา อายุ 50 ปี อดีต ผบ.หมู่ กก.2ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ที่ตกเป็นจำเลย รวม 3 สำนวนคดีหมายเลขดำ อ.290/ 2558 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เรียก รับ ส่วยบ่อนพนันโคลอนเซ่ - น้ำมันเถื่อน และเรียกค่าตอบแทนการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ เพื่อสอบคำให้การจำเลย ภายหลังอัยการได้ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหกฟังจนเข้าใจแล้ว สอบคำให้การรับ ปรากฏว่า จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพผิด ไม่ต่อสู้คดีทั้ง 3 สำนวน

ขณะที่คดีหมายเลขดำ อ.290/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อายุ 59 ปี อดีต ผบช.ก. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ อายุ 59 ปี อดีตรอง ผบช.ก. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และจัดให้มีการเล่นการพนัน ตามความผิดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 41 ,123/1 และ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ม.ค. - 30 ก.ค. 54 จำเลยได้สนับสนุนจัดให้มีการเล่นการพนัน กำถั่ว ไพ่แปดเก้า โป๊กเกอร์ บาคาร่า และอื่น ๆ บ่อนกาพนันโคลอนเซ่ ซึ่งเป็นบ่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 821 ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตวังทองหลาง เพื่อให้ได้เงินและทรัพย์สินอื่น ๆ มาเพื่อประโยชน์ของตนและผู้อื่นโดยทุจริต และ จำเลยทั้งสองทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจและเชื่อได้ว่า บ่อนการพนันโคลอนเซ่ มีผู้บารมีสูงและสถาบันพระมหากษัตริย์หนุนหลัง หรืออยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ ศาลอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวในวันนี้ ( 30 ม.ค.) เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ

ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.291/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีตผบช.ก. , พล.ต.ต.โกวิทย์ อดีต รองผบช.ก. และ พล.ต.ต.บุญสืบ อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ ทรัพย์สิน สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ ฯ , ,เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต และดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 149 และ 157 จากกรณีระหว่างเดือน ก.พ.55 - ก.ค.57 พวกจำเลย ได้เรียกรับเงินจากผู้ประกอบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแลกกับการไม่จับกุมโดยผิดกฎหมายหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท ทำให้เกิดความเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และรัฐบาล และยังทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าจำเลยที่ 3 นำเงินที่ได้รับโดยผิดกฎหมายนำขึ้นทูลเกล้าถวายแก่องค์รัชทายาท ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ได้รับความเสียหายและคดีหมายเลขดำ อ.292/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. ,พล.ต.ต.โกวิทย์ อดีต รอง ผบช.ก. , พ.ต.อ.วุฒิชาติ อดีต ผกก.4 ปคบ. , ด.ต. สุรศักดิ์ อดีต ผบ.หมู่ กก.2ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 5 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจ ให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินแก่ตนเองหรือผู้อื่น , เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับทรัพย์สิน สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 , 149 , 157 จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 53 - 11 พ.ย. 57 พวกจำเลยเรียก รับเงินจากข้าราชการตำรวจรายละ 3 - 5 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือให้ได้รับการคัดเลือกตำแหน่งสำคัญ สังกัด บช.ก.

ศาลได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์ ประกอบคำรับสารภาพจำเลยทั้ง 2 คดีในวันที่ 23 ก.พ. นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวกอดีตตำรวจทั้ง 6 คน ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นรถ 6 ล้อควบคุมผู้ต้องขัง มายังศาล ซึ่งทุกคนใส่ชุดนักโทษสีน้ำตาลเข้ม สวมกุญแจมือ โดยไม่สวมรองเท้า ขณะที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. มีใบหน้าเรียบเฉย ท่าทางซึมเศร้า เช่นเดียวกับจำเลยคนอื่น