อินเดียชงไทยเชื่อมโยงท่าเรือ

อินเดียชงไทยเชื่อมโยงท่าเรือ

"อินเดีย" ถก "ประจิน" หนุนโครงสร้างพื้นฐานไทย ชงเชื่อมโยงท่าเรือ "ปากบารา-ทวาย-อ่าวเบงกอล" ลดต้นทุนขนส่ง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยว่า รัฐบาลอินเดียสนใจการลงทุนพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงการการเดินทางและขนส่งสินค้าของไทยในทุกด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เนื่องจากอินเดียก็มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน และทางราง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ไทยกับอินเดีย เคยมีความร่วมมือกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล การฝึกร่วมทางทหาร ในส่วนด้านเศรษฐกิจและสังคมก็มีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เป็นเส้นทางถนน และเส้นทางรถไฟ หากไทยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับเพื่อนบ้านจากพม่าไปอินเดียได้แล้วเสร็จ ก็จะสะดวกในการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างไทยกับอินเดียมากขึ้น

“ทางอินเดียอยากทราบข้อมูลว่าไทยมีการก่อสร้างอะไรบ้าง เพื่อเตรียมดำเนินการเชื่อมต่อมายังไทย ก็ได้ชี้แจงไปว่าไทยมีหลายโครงการที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมต่อไปแม่สอด-กอกอแระ-ย่างกุ้ง-อินเดีย โดยภายในปี 2558 นี้ ก็จะสามารถเชื่อมถนนจากแม่สอดไปกอกอแระได้ ” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

ขณะเดียวกันทางด้านตะวันออกของไทย ก็มีโครงสำคัญอย่างน้อย 3-4 โครงการ เช่น การท่าเรือน้ำลึกทวายที่สามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างทะเลอันดามันไปยังอ่าวเบงกอล ไปยังประเทศอินเดียได้สะดวก นอกจากนี้จากท่าเรือทวายก็สามารถที่จะเชื่อมมายังเส้นทางรถไฟที่กำลังจะดำเนินพัฒนาโครงการในประเทศไทย พุน้ำร้อน - กาญจนบุรี-กรุงเทพ-ท่าเรือมาบตาพุด หรือเชื่อมต่อไปยัง อ.อรัญประเทศเข้าประเทศกัมพูชาได้ ซึ่งตรงนี้ทางอินเดียก็สนใจ” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า อินเดียมีศักยภาพสูงในการเดินเรือจากทะเลอ่าวเบงกอลมาที่ท่าเรือทวายประเทศพม่ามายังไทย ซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาท่าเรือปากบารา และเชื่อมต่อท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 อินเดียก็สนใจเป็นอันดับ 1 หากสามารถสร้างท่าเรือปากบาราได้ จะเกิดประโยชน์ในการขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทยสะดวกมากขึ้น สามารถลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าได้ เพราะไม่ต้องอ้อมช่องแคบมะละกา และยังเป็นการช่วยการพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจให้ดีขึ้นด้วย ส่วนอันดับ 2 เป็นทางถนน และทางรางอันดับ 3 ทางอากาศ

ส่วนการเชื่อมโยงทางอากาศนั้นทางอินเดียจะส่งคณะมาเจรจากับรัฐบาลไทย เรื่องเปิดสายการบินมายังไทยเพิ่มเติม ต้องเจรจารายละเอียดต่อไป พร้อมกันนี้ทางอินเดียก็สนใจบริการระบบขนส่งมวลชนของไทย ไม่ว่าจะเป็นโครงการเชื่อมเมืองด้วยรถไฟฟ้า จึงได้ขอส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูงานในไทย ฝ่ายไทยก็ไม่มีปัญหาอะไร คงต้องมีการสานต่อในเรื่องของรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานของทั้งสองประเทศเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาความร่วมมือกันในอนาคต

ทั้งนี้อินเดียยืนยันว่าสนใจร่วมมือกับรัฐบาลไทยในปัจจุบันทุกๆด้าน ทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ความร่วมมือทางด้านการทหาร ร่วมฝึกคอบร้าโกลด์กับไทย ดังนั้นเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องจะมีการจัดตั้งคณะทำงาน 2 ฝ่ายขึ้นมา หรือเรียกว่าเวิร์คกิ้ง กรุ๊ป ทำหน้าที่ประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลและช่วยเหลือกัน โดยจะมีการนำเสนอในระดับรัฐบาลพิจารณาต่อไป