Ichitan Group : ICHI

Ichitan Group : ICHI

กำไร 4Q57 ยังไม่ฟื้น แต่ปี 58 มีประเด็นน่าสนใจ

คาดกำไร 4Q57 ยังไม่ฟื้นตัว QoQ

คาดกำไร 4Q57 ลดลง 10% QoQ เหลือ 240 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 3 ไตรมาส เนื่องจากการแข่งขันรุนแรงทำให้ ICHI เสียส่วนแบ่งตลาดบางส่วนให้กับคู่แข่ง และมีค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการขยายไลน์การผลิตใหม่ 2 ไลน์ในปี 57 แต่อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดกำไรเติบโต 30% YoY เนื่องจากปีที่แล้วยอดขายได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมืองและ ICHI มีการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุน (IPO) ไปชำระหนี้จึงทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงกว่า 20 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีการจัดกิจกรรมการตลาดน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย

ส่วนแบ่งตลาดลดลงเล็กน้อย

งวด 4Q57 ตลาดชาพร้อมดื่มมีการแข่งขันรุนแรง คู่แข่งรายใหญ่ใช้ทั้งกลยุทธ์ทางด้านราคาและความร่วมมือกับร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ในขณะที่ ICHI มองว่ากำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นจึงมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพียงเล็กน้อย เช่น การแจกโทรศัพท์มือถือ iPhone6 Plus จึงทำให้สูญเสียส่วนแบ่งตลาดบางส่วนให้กับคู่แข่ง Nielsen รายงานส่วนแบ่งตลาดชาพร้อมดื่มปี 57 ของ ICHI ลดลงมาอยู่ที่ 43.8% จากช่วง 9M57 อยู่ที่ 44% เราจึงคาดยอดขาย 4Q57 ลดลง 5% QoQ เหลือ 1.3 พันล้านบาท แต่เติบโต 5% YoY เนื่องจากปีก่อนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง

อัตราการทำกำไรทรงตัว

อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย QoQ จากการเดินเครื่องไลน์การผลิตใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่สัดส่วนการจ้างผู้ผลิตภายนอกยังใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าทีราว 1-5% ของยอดขาย คาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 31.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากยังคงไม่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายขนาดใหญ่

ปี 58 มีความน่าสนใจจากการเปิดตัว “ไบเล่” และการบุก “อินโดนีเซีย”

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้กำไร 4Q57 จะยังไม่ฟื้นตัว แต่เราคาดปี 58 จะกลับมาเติบโต 5% YoY นื่องจากได้ประโยชน์จากการลดสัดส่วนการจ้างผู้ผลิตภายนอก (OEM) ทำให้อัตรากำไรสูงขึ้น และมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่การเปิดตัวน้ำผลไม้ “ไบเล่” ในเดือน ก.พ.-มี.ค. และการบุกตลาดเครื่องดื่มที่ประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย.-พ.ค. โดยเราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมหุ้น ICHI ขึ้น 14% เป็น 27.40 บาท (จากเดิม 24 บาท) จากการปรับเพิ่มอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ใช้ในการประเมินจาก 20 เท่าเป็น 25 เท่า ซึ่งเป็นกรอบบนของค่า P/E ของกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่ม และเรายังคงใช้กำไรสุทธิเฉลี่ยปี 58-60 ในการประเมินเพื่อให้สะท้อนโอกาสการเติบโตจากตลาดที่ประเทศอินโดนีเซียที่คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในปี 60