สปส.แจงปมเงินชดเชยเฉพาะกรณีลาออกเอง

สปส.แจงปมเงินชดเชยเฉพาะกรณีลาออกเอง

โฆษก สปส.ยันเตรียมเสนอปรับแก้ไขกฎหมายประกันสังคมให้คงสิทธิว่างงานกรณีลาออกเองไว้

แต่ต้องมีเงื่อนไขตามที่กำหนด แต่หาก สนช.ให้คงสิทธิว่างงานกรณีลาออกเองเอาไว้ก็จะไม่คัดค้าน คาดหากผ่านพิจารณาวาระ 2-3 จะประกาศใช้ทัน พ.ค.

เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ที่ กระทรวงแรงงาน นายโกวิทย์ สัจจวิเศษ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในฐานะโฆษก สปส. ชี้แจงกรณี การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. .... ที่มีการตัดสิทธิผู้ประกันตนที่ว่างงานกรณีผู้ประกันตนลาออกเอง ว่า ตามกฎหมายเดิมในกรณีดังกล่าว เราจะให้เงินกับผู้ประกันตนกรณีลาออก โดยได้รับเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสะสม เป็นเวลา 90 วัน ถ้าเลิกจ้างก็จะได้รับเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสะสม เป็นเวลา 180 วัน

เขากล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อปี 2555-2556 สปส. เห็นว่า กรณีลาออกไม่ค่อยตรงกับเจตนาของกฎหมาย เนื่องจากลาออกแล้วต้องมาขึ้นทะเบียนว่างงานกับกรมจัดหางานก่อนถึงจะได้รับเงิน คือต้องไม่ปฏิเสธในการทำงานถึงจะได้รับเงิน

อย่างไรก็ตาม นายโกวิทย์ กล่าวว่า พร้อมเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมประมาณ 4-5 มาตรา เพื่อให้สิทธิการลาออกแต่ต้องเป็นการลาออกแบบมีเงื่อนไข เช่น การลาออกในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพ การเลี้ยงดูพ่อแม่ที่พิการ สภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือแม้แต่การถูกบังคับให้ลาออก โดยจะเร่งเสนอให้เร็วที่สุด

นายโกวิทย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญเรียบร้อยแล้ว และจะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพื่อทบทวน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้เกิดความสมบูรณ์ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระที่ 2 และ 3

ทั้งนี้ หาก สนช.เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ของ สปส.ในวาระที่ 2 และ 3 คาดว่าจะมีการประกาศใช้ก่อนเดือน พ.ค. หรือวันแรงงาน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศ 180 วัน

"หาก สนช.เห็นด้วยกับการสงวนคำแปรญัตติของคณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างน้อย ซึ่งให้คงสิทธิกรณีว่างงานหากลาออกไว้ สปส.จะไม่คัดค้าน" นายโกวิทย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม โฆษก สปส. ระบุว่า หากผู้ประกันตนจะฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว โดยชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ สปส. ไม่เห็นด้วย เพราะจะส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์ และหากเสนอใหม่จะต้องใช้เวลาอีก 4-5 เดือน

นายโกวิท ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสั่งตั้งกรรมการสอบสวนกรณีการแจกทุนเรียนแพทย์และพยาบาลของ สปส.ว่า โครงการนี้ให้ทุนแพทย์ที่เป็นแพทย์อยู่แล้วเพื่อไปเรียนต่อยอดเฉพาะทางในสาขาอาชีวเวชศาสตร์ โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นลูกหลานของผู้ประกันตน และต้องกลับมาทำงานในโรงพยาบาลคู่สัญญากับ สปส.

หลังจากเริ่มโครงการในปี 2555 ได้มีการแจกทุนไปแล้ว 12 ทุน แบ่งจ่ายเป็นรายปีๆ ละ 330,000 บาท ซึ่งขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนสามารถชี้แจงได้