'ประจิน'ยอมแท็กซี่สุวรรณภูมิ จ่อปรับค่าธรรมเนียม-สัมภาระ

'ประจิน'ยอมแท็กซี่สุวรรณภูมิ จ่อปรับค่าธรรมเนียม-สัมภาระ

"ประจิน" รอฟังผลประชุมร่วมแท็กซี่กับคมนาคม ลั่นถ้าไม่ได้ข้อยุติ ครั้งหน้านั่งหัวโต๊ะเคาะเอง

แย้มข้อเรียกร้องขอขึ้น "ค่าธรรมเนียม-ค่าขนสัมภาระ" เป็นไปได้ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งประสานตำรวจ-ทหารสุ่มจับแท็กซี่ผิดกฎหมาย

วานนี้ (29 ม.ค.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้นายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างผู้ประกอบการแท็กซี่และผู้แทนกระทรวงคมนาคม โดยเนื้อหาครอบคลุมถึงประเด็นแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ออกมาเคลื่อนไหวขอปรับค่าธรรมเนียมที่ผู้ขับรถเรียกเก็บจากผู้โดยสารเบื้องต้น 50 บาท

รวมทั้งขอเก็บค่าสัมภาระสำหรับรถแท็กซี่แวน และข้อเสนอขอกลับไปใช้แนวทางการต่อรองราคาสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจากสุวรรณภูมิไปจังหวัดรอบนอก

สำหรับข้อเสนอดังกล่าว พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า จะรอผลสรุปจากการหารือที่รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานวันนี้ว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร หากการประชุมยังไม่ได้ข้อยุติการประชุมครั้งต่อไปจะเป็นประธานการประชุมเอง รวมทั้งจะจัดตั้งเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจที่เป็นฝ่ายข้อมูลเพื่อสำรวจปัญหาแท็กซี่ใหม่ทั้งระบบเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจด้วย

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าในส่วนของข้อเรียกร้องของแท็กซี่นั้นมีความเป็นไปได้ที่กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาปรับค่าธรรมเนียมการใช้แท็กซี่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 50 บาท เนื่องจากเป็นอัตราที่จัดเก็บมานาน ต้องพิจารณาถึงต้นทุนที่เป็นจริงของผู้ขับรถปัจจุบัน

รวมทั้งเรื่องค่าสัมภาระหากให้จัดเก็บก็จะให้จัดเก็บรถประเภทแวนที่มีพื้นที่ขนสัมภาระให้ผู้โดยสาร ทั้ง 2 ส่วนนี้ ต้องพิจารณาว่าจะให้ปรับขึ้นมากน้อยเพียงใด ส่วนประเด็นจะขอเก็บค่าโดยสารด้วยการต่อรองราคานั้นคงเป็นไปไม่ได้

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมขอยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหารถแท็กซี่และจะเร่งแก้ปัญหาให้ได้ข้อยุติเร็วที่สุด ส่วนปัญหาปัจจุบันที่เกี่ยวกับการบริการรถแท็กซี่ที่เกิดขึ้น ทั้งเก็บค่าโดยสารเกินราคา มิเตอร์ปลอม จะเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน ขอให้มีการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจออกสุ่มตรวจจับเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีจ่าสิบเอกอุดร ศาสนะสุพินธ์ เก็บค่าโดยสารชาวต่างชาติอัตราเริ่มต้นที่ 75 บาท เป็นกระทำผิดกฎหมายขนส่งชัดเจนและเรียกมารายงานตัวเช้าวานนี้ (29 ม.ค.) เดิมทีตกลงจะมาพบเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกเวลาประมาณ 09.00 น. แต่ท้ายที่สุดไม่ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่และปิดมือถือไม่สามารถติดต่อได้