ปตท.สผ.กำไรปี57วูบ63% ขาดทุนจาก'ออสซี่-แคนาดา'

ปตท.สผ.กำไรปี57วูบ63% ขาดทุนจาก'ออสซี่-แคนาดา'

ปตท.สผ.เผยกำไรปี2557 ลด63% สาเหตุหลักขาดทุนการด้อยค่าสินทรัพย์โครงการออสเตรเลีย-แคนาดา

ขณะราคาขายเฉลี่ยลดเล็กน้อย คาดราคาก๊าซเริ่มรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ประเมินปีนี้ยอดขายโต 6% ประเมินน้ำมันยังผันผวนครึ่งปีแรก ด้านนักวิเคราะห์ปรับลดกำไรเหลือ 3.2 หมื่นล้าน แม้ยอดขายเพิ่ม

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2557 กำไรลดลง 63% โดยเป็นผลมาจากการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในโครงการลงทุนต่างประเทศ และค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงส่งผลกระทบตั้งแต่ปลายปี 2557

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าผลการดำเนินงาน ปี 2557 ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 677 ล้านดอลลาร์ ลดลง 63% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556

สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชียและมาเรียนาออยล์ แซนด์ ในแคนาดา จำนวน 997 ล้านดอลลาร์ รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น 926 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการผลิตและขายน้ำมันดิบเต็มปีในปี 2557 ของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย ซึ่งเริ่มขายในเดือนส.ค. 2556

นอกจากนี้ ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการเริ่มขายก๊าซในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ในเดือนมี.ค. 2557 และส่งออกในเดือนส.ค. 2557 ของโครงการซอติก้าและจากสินทรัพย์พร้อมใช้งานและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของโครงการคอนแทร็ค 4 รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 161 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นผลจากการตัดจำหน่ายหลุมสำรวจที่เพิ่มขึ้นในโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย โครงการเคนยา แอล 10 เอ และโครงการแอล 28/48

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 421 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่ลดลงตามกำไรที่ลดลง และภาษีเงินได้ที่เกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับปี 2557 ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงน้อยกว่า

รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 324 ล้านดอลลาร์จากปริมาณการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 321,886 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากปี 2556 มีปริมาณขาย 292,629 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายเต็มปีในปี 2557 ของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย รวมทั้งเริ่มมีการขายในเมียนมาร์ในเดือนมี.ค. 2557 และส่งออกในเดือนส.ค. 2557 ของโครงการซอติก้า และจากการเพิ่มสัดส่วน 15% ของโครงการคอนแทร็ค 4

ราคาขายเฉลี่ยปี 2557 ลดลง

ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยเป็น 63.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเทียบกับปี 2556 อยู่ที่ 65.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ขาดทุนจากรายการ Non-Recurring ในปี 2557 จำนวน 861 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนเพิ่มขึ้น 594 ล้านดอลลาร์ จากปี 2556 ที่มีขาดทุนจากรายการ Non-Recurring จำนวน 267 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย และมาเรียนา ออยล์ แซนด์ เป็นเงิน 997 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่มีกำไรจากอนุพันธ์ทางการเงินของสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 197 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาตลาดลดต่ำกว่าราคาที่ประกันความเสี่ยงไว้

นอกจากนี้ ภาษีเงินได้ที่เกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับปี 2557 ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับสำหรับปี 2556 ซึ่งเป็นผลจากการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงน้อยกว่า

คาดยอดขายปีนี้โต6%-น้ำมันผันผวน

ปตท.สผ.คาดคาดว่าในปี 2558 ปริมาณการขายจะเติบโตโดยรวมที่ประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ปริมาณขายก๊าซธรรมชาติเต็มปีของโครงการซอติก้า ซึ่งเริ่มผลิตใน 2557 การเข้าซื้อกิจการ Hess Thailand ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 และการเริ่มผลิตน้ำมันจากโครงการแอลจีเรีย 433 เอ และ 416 บี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในครึ่งปีหลัง ปี 2558

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลประกอบการ มองว่ายังคงมีความผันผวนอย่างมากในปี 2558 โดยในช่วงครึ่งปีแรก มีปัจจัยลบมาจากปริมาณน้ำมันดิบโลกที่ยังคงมีมากเกินความต้องการอยู่ประมาณ 1.5 -2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในส่วนของกลุ่มโอเปกยังไม่มีสัญญาณว่าจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับต่ำในช่วงครึ่งแรกของปี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังอาจมีปัจจัยบวกจากอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกที่คาดว่าจะเติบโตช้าลง จากการที่บริษัทสำรวจและผลิตน้ำมันต่างๆ ได้มีการปรับลดหรือชะลอการลงทุนให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับด้านอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2558 อยู่ที่ 3.5% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปี 2557 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.3% ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งสองปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อุปสงค์ในอนาคตมีโอกาสจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

นอกจากนี้ ยังคงมีปัจจัยต่างๆ ที่ต้องจับตามอง ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในปี 2558 เช่น ปัจจัยทางด้านการเมืองจากสถานการณ์ความไม่สงบในแอฟริกา เช่น ลิเบียที่ยังคงความรุนแรงขึ้น ปัจจัยเรื่องการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและ 6 ชาติมหาอำนาจ โดยหากสามารถบรรลุข้อตกลงได้ก็จะทำให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้อีกครั้ง

ก๊าซเริ่มรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน

สำหรับผลกระทบจากแนวโน้มสภาวะราคาน้ำมันตกต่ำอย่างต่อเนื่องในปี 2558 ผลิตภัณฑ์หลักของปตท.สผ.ยังคงเป็นก๊าซธรรมชาติซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาตั้งแต่ปลายปี 2557

อย่างไรก็ดี เป็นการปรับลดที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ในส่วนของน้ำมัน และคอนเดนเสท บริษัทยังคงนโยบายในการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน โดยการทำอนุพันธ์ประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน

เตรียมพร้อมรับมือน้ำมันผันผวน

สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของกลุ่มบริษัท โดยใช้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เป็นราคาอ้างอิง ปตท.สผ.มีการติดตามความคืบหน้าของภาวะเศรษฐกิจและเหตุการณ์ต่างๆที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวน ผ่านการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ปตท.สผ.มีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นค่อนข้างต่ำ และมีสภาพคล่องสูง โดยมีเงินสดในมือ ณ สิ้นปี 2557 ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ปตท.สผ.ได้จัดทำแผนจำลองสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ระดับราคาต่างๆ และสร้างแผนรองรับเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะได้รับหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น โดยปตท.สผ. ได้ปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์และแผนดำเนินงาน เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน

การจัดเรียงลำดับความสำคัญของการใช้เงินลงทุน ดังนี้ 1. โครงการที่มีการผลิตอยู่แล้ว จะดำเนินต่อไปเพื่อรักษาระดับการผลิต ไม่ให้กระทบต่อความต้องการใช้ปิโตรเลียมในประเทศ 2. โครงการที่อยู่ในขั้นพัฒนา มีการประเมินและปรับแผนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน และ3.โครงการที่อยู่ในขั้นสำรวจ จะชะลอการดำเนินงานในโครงการมีความเสี่ยงสูงและไม่มีภาระผูกพันออกไปก่อน

คาดกำไรปีนี้ลดลงตามราคาน้ำมัน

บริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ปรับประมาณการกำไรของปตท.สผ.ในปี 2558 ลดลง จากราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบโลก (ดูไบ) ปี 2558 มีแนวโน้มลดลงเหลือ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งต่ำ

กว่าคาดไว้เดิมที่ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล

การปรับประมาณการกำไรปี 2558 ใหม่บนสมมติฐานราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยคาดว่าในไตรมาสแรก ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลและฟื้นตัวมาที่ 70 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 2 ปี 2558

กำไรจากการดำเนินงานของปตท.สผ. คาดว่าจะยังเป็นบวก เนื่องจากราคาน้ำมันปัจจุบันแม้ว่าจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ ปตท.สผ. มีต้นทุนต่อหน่วยอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เพียง 40-45 ดอลลาร์ และในปี 2558 จะมีปริมาณขายเพิ่มขึ้นอีก 6% ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีกำไรปกติอยู่ที่ระดับ 3.26 หมื่นล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.22 บาท เพิ่มขึ้น 41% แต่เป็นผลมาจากฐานกำไรที่ต่ำ เนื่องจากมีการบันทึกการด้อยค่าทรัพย์สินจำนวนมากในปี 2557

อย่างไรก็ตาม กำไรระดับดังกล่าว ยังถือว่าต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ เคยทำกำไรสุทธิได้ถึง 5-6 หมื่นล้านบาท/ปี

ราคาหุ้น PTTEP ปิดตลาดวานนี้ (29 ม.ค.) เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.80% อยู่ที่ 113.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 543.74 ล้านบาท