จี้ออกแบบ'กจต.'ใหม่

จี้ออกแบบ'กจต.'ใหม่

"วิษณุ"ยันต้องปฏิรูป กกต.เพื่อถ่วงดุลการตรวจสอบ เสนอกมธ.ยกร่างออกแบบ "7 กจต."ใหม่ สลัดคราบราชการ

หนุนควบรวม"กสม.-ผู้ตรวจฯ" ด้าน"ประวิช"อัดกมธ.ยกร่าง ไม่ตอบโจทย์ ชี้ปัญหาอยู่ที่นักการเมืองทุจริต-ซื้อเสียง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ สหรัฐ" ปัดแทรกแซงไทย ยันไม่ยกเลิกฝึกคอบร้าโกลด์แค่ลดระดับลง "อุปทูตสหรัฐ"ยันไม่เลือกข้าง "ประยุทธ์"ย้ำใครพูดให้เกิดความขัดแย้งเรียกพบหมด

กรณีที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) เพื่อดำเนินการจัดเลือกตั้ง แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นข้าราชการประจำ จำนวน 7 คน ที่แต่งตั้งโดย ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) นั้น

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเคยแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวมาก่อนว่า กกต.มี 2 แบบในโลก แบบแรกก็คือ ใช้อำนาจทั้งระบบ เป็นคนออกระเบียบปฏิบัติ เป็นคนปฏิบัติเอง และเป็นผู้ควบคุมกติกา ในเวลาที่ผ่านมากกต.ไทยเป็นระบบนี้ ก็มีคนพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง ตนไม่อยากไปบอกว่าเขาทำงานบกพร่อง แต่ระบบนี้มีจุดอ่อนคือ เอาอำนาจมาอยู่ในองค์กรเดียว ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาทำให้สังคมไม่วางใจ และข้อสำคัญคืออาจจะไม่มีการถ่วงดุลกันเอง จึงมีรูปแบบกกต.อีกแบบหนึ่ง คือให้กกต.ทำเพียงบางอย่าง คือออกระเบียบปฏิบัติ และคอยดูว่าทำถูกหรือผิด เพราะถ้าตนเองออกกติกา ควบคุมกติกาแล้วปฏิบัติเองนั้นหนีไม่พ้นการถูกครหา และเป็นการรวมอำนาจไว้ที่เดียว มันควรจะมีการถ่วงดุลตรวจสอบกันเองระหว่างส่วนกลางกับเจ้าหน้าที่

“เป็นทั้งนายทะเบียนพรรคการเมือง คุมประชามติ และอื่น ๆ ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเลือกตั้งระดับประเทศ และท้องถิ่น หรือประชามติด้วย ก็จะปฏิบัติได้ยาก ฉะนั้นกมธ.จึงคิดไปในแนวแบบดังกล่าว ให้แยกอำนาจออกมา กกต.ยังอยู่ ยังมีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติ และควบคุมได้ ปัญหาคือใครปฏิบัติ วันนี้จึงคิด กจต.ทั้ง 7 คน ซึ่งรูปแบบนี้มีในบางประเทศ แต่อยากจะฟังให้ชัดเจนอีกครั้งว่าที่มาของ กจต.ทั้ง 7 คนนั้นมาจากไหน เพราะที่จะนำปลัดกระทรวง 7 กระทรวงมาผมก็คิดว่าอาจจะยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ เพราะในที่สุดก็เป็นระบบราชการเข้ามาตรงนี้”

นายวิษณุ กล่าวถึงที่มาของกจต. 7 คนด้วยว่า อยากจะฝากให้ไปคิดและออกแบบใหม่ให้ที่มาดูเป็นที่ไว้วางใจกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ที่ปลัดกระทรวงเป็นคนเสนอชื่อนั้นไม่เป็นไร แต่อย่าไปถือว่าเป็นผู้แทนกระทรวงมิฉะนั้นจะรู้สึกผูกพัน ควรจะหาคนที่ไม่ใช่ข้าราชการและไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และอย่าลืมว่าบุคคลเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำกับของ กกต. ฉะนั้นจะรับความเสี่ยงมาก กกต.กำหนดกติกาแบบนี้หากทำอีกแบบหนึ่ง กกต.จะเล่นงานได้

"สมัยก่อนเป็นกกต.เอง เป็นเนื้อเดียวกัน วันนี้จะเป็น 2 เนื้อ ยิ่งกกต.ยุคต่อไป เขาจะรู้สึกว่าสังคมไม่วางใจ เขาอาจจะแสดงอภินิหารเต็มที่ในการแสดงให้เห็นว่าเขาทำงานได้ อาจจะเกิดความขัดแย้ง ซึ่งผมหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น"

ส่วนที่กรรมการกกต.น้อยใจนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนว่าก็มีเหตุอยู่ เพราะมันเริ่มที่หลายคนไปพูดว่ากกต.บกพร่อง ความจริง กมธ.ยกร่างควรออกมาอธิบายว่าความคิดนี้ไม่ได้เกิดจากกกต.บกพร่องเป็นหลักใหญ่ บกพร่องคงมีบ้างแต่คงไม่ใช่หลักใหญ่ จัดระบบให้มันมีการคานและดุลอำนาจ อะไรที่แยกออกไปไม่กระจุกตัวกันก็คือของดีทั้งนั้น

"เมื่อเราจะปฏิรูปมันก็ต้องหยิกเล็บแล้วเจ็บเนื้อ ทุกคนต้องได้รับจากการปฏิรูป" นายวิษณุ กล่าวและแสดงความเห็นด้วยกับการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) กับผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นคณะผู้พิทักษ์สิทธิ เพราะเป็นช่องทางให้คนร้องเรียนเรื่องความทุกข์ และความเดือดร้อนทั้งหลาย ตลอดจนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

"ประวิช"อัดกมธ.ยกร่างตั้งกจต.ไม่ตอบโจทย์

นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวถึงมติกมธ.ยกร่าง ที่กำหนดให้ตั้ง กจต.ขึ้นมาจัดการเลือกตั้งแทน กกต.ว่า รู้สึกผิดหวังกับแนวคิดของกมธ.ยกร่างฯ ทั้งที่ล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ทำไมถึงมองโจทย์ประเทศไม่ออก ปัญหาของการจัดการเลือกตั้งในประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้งไม่เรียบร้อย แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่การซื้อสิทธิ-ขายเสียง ที่มีอยู่ทั่วไปทุกหย่อมหญ้า และในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล อบจ. ส.ส. และ ส.ว.

"ทุกคนต้องระดมสมองมาหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้เงินซื้อสิทธิ-ขายเสียงร่วมกัน ไม่ใช่ไปมัวแต่หลงทางสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณกันเข้าไปอีก อยากถามท่านกมธ.ยกร่างฯว่า ท่านมองไม่ออกจริง ๆ หรือว่าปัญหาของบ้านเมืองอยู่ที่การทุจริตซื้อสิทธิ-ขายเสียง ซึ่งเป็นต้นเหตุของความสกปรกของการเมือง เพราะคนเมื่อใช้เงินเข้ามาในวงการเมือง ก็เข้ามาทุจริตมาคอร์รัปชันมาถอนทุน เป็นวงจรอุบาทว์ในทุกวันนี้ ขอถามผ่านสื่อดัง ๆ หน่อยเถอะครับ ว่าท่านสร้างองค์กร กจต. มาจัดการเลือกตั้งแทน กกต. มันจะช่วยแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้อย่างไร เหมือนคนเป็นไข้เป็นโรคร้ายโรคหนึ่งมาหาหมอ คนเป็นหมอกลับวินิจฉัยผิด ให้ยาผิด รักษาผิด นอกจากโรคก็ไม่หายแล้วคนไข้ยังอาจเสียชีวิต เสียเงินเสียทองอีกด้วย"

นายประวิช กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้กมธ.ยกร่างฯ ทบทวนใหม่ ช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด หากกกต. มีจุดอ่อนบกพร่องตรงไหน กกต. ก็พร้อมที่จะแก้ไข พร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ในช่วงการปฏิรูปการเมืองการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่าคิดเป็นเรื่องเสียหน้า อย่ามัวถือทิฐิแล้วปล่อยให้ความคิดติดอยู่ในวังวนเป็นกระทงหลงทางอีกเลย

คสช.เรียก"จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ-พิชัย"ปรับทัศนคติ

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญนักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายคนเข้าพบ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและปรับทัศนคติ หลังมีการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยบุคคลที่ถูก คสช.เชิญตัวเข้าพบ อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีต รมช.พาณิชย์และแกนนำคนเสื้อแดง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้รับตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ เพื่อปรับทัศนคติ ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ได้เข้ารายงานตัวต่อกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ภายในกองทัพภาคที่ 1 แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ทำหนังสือเชิญ นายณัฐวุฒิ เข้าพบที่กองทัพภาคที่ 1 วันที่ 30 ม.ค.นี้

ขณะที่นายพิชัย กล่าวถึงกรณีถูกเชิญตัวไปปรับทัศนคติว่า ถ้าเชิญมาก็ยินดีที่จะไปพูดคุย เพราะที่ผ่านมา ทุกสิ่งที่ตนได้พูดไปนั้น พูดเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ได้พูดเพื่อสร้างความขัดแย้ง หรือสร้างความแตกแยกแต่อย่างใด

ด้านนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ได้เดินทางมายังมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยระบุว่า ทางทหารเรียกมาทำความเข้าใจ เพื่อทำให้บรรยากาศใน จ.ขอนแก่น ดีขึ้นและไม่เกิดการปั่นป่วน

"ประยุทธ์"อัด"สุรพงษ์"ท้าทายอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงการที่ทหารเชิญตัวนายสุรพงษ์ เข้าปรับทัศนคติ ว่า ไม่ใช่เป็นการรายงานตัว เพียงแต่ คสช.ได้ติดต่อโทรศัพท์หากัน เรียกมาพบปะพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ ส่วนหากคนที่เรียกมาพูดคุยแล้วยังมีการกระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก ก็จะมีการเพิ่มมาตรการจากน้อยไปหามาก ตั้งแต่ไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ตรวจสอบการเงิน ระงับธุรกรรมทางการเงิน ส่วนกรณีของนายณัฐวุฒิ ขณะนี้ยังมีคดีความในศาลอยู่ ก็ให้กระบวนการในศาลว่ากันให้จบ

ซัด"พิชัย"ขณะเป็นรมต.ไม่แก้ปัญหา

"เหตุผลที่เชิญมา ถามว่าสิ่งที่นายสุรพงษ์พูดควรไหม พูดโต้แย้งคัดค้านอำนาจที่มีอยู่เต็ม ขนาดมีอำนาจแบบนี้ ยังท้าทาย แล้วหากไม่มีกฎอัยการศึกจะเกิดอะไรมากกว่านี้ ผมรู้ว่าสื่ออยากให้เป็นอย่างที่ถามทุกวัน จะได้ขายข่าว ถ้าเขียนเช่นนี้ก็จะตีกันอยู่อย่างนี้ ถามว่าที่เขาพูดกดดันผมไหม ในฐานะที่เป็นรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แล้วมาท้าทายแบบนี้ได้หรือไม่ ทุกวันนี้ปล่อยมาเยอะแล้ว ที่ผ่านมาพอผมอ่อนให้ ก็หาว่าไม่ได้เรื่อง พอเข้มขึ้นก็หาว่าโมโห จะให้ผมเป็นอย่างไร ผมก็เป็นไปตามสถานการณ์ เดี๋ยวจะไปเรียกคุณพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน มาอีกคน มาพูดว่ารัฐบาลต้องทำอย่างนั้น ตอนนี้กระทรวงพลังงานมีปัญหาแค่ไหน ต้องมาชี้แจงผมว่า ทำไมตอนเป็นรัฐมนตรีไม่เห็นทำ ใครออกมาพูดอีกก็จะเรียกหมด"

เมื่อถามว่า เหตุใดต้องไปเชิญตัวนายสุรพงษ์ ถึงที่บ้านหรือที่ร้านอาหาร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "จะเชิญตรงไหนแล้วทำไม จะให้เชิญตามห้องน้ำหรือไง เจอที่ไหนก็เชิญตรงนั้น ถามว่าสิ่งที่เขาพูดถูกไหม มันควรจะพูดตอนนี้หรือไม่ ผมไม่ใช่พวกบ้าอำนาจ มาถามหาเรื่องอยู่นั่น เมื่อวานก็ครั้งหนึ่งแล้ว ถ่ายรูปได้อย่างไร ผมก็ชี้นิ้วของผมไปเรื่อย ไอ้ห่า ถ่ายออกมาดีๆ ดันไปถ่ายผมชี้นิ้ว อย่างนั้นอย่างนี้ นี่แหละที่เขาบอกว่าจิตใจมันต่ำ ด่าสักที ไม่กลัวหรอกจะด่าแบบนี้ จะทำไม"

เมื่อถามว่าจะเรียกใครมาชี้แจงเป็นรายต่อไปอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครออกมาพูดก็เรียกทั้งหมด ส่วนนายณัฐวุฒินั้น มีคดีความที่ค้างอยู่ในศาลอยู่ ก็ให้ศาลว่ากันให้จบไปก่อน ก็คงห้ามทั้งหมด แล้วอย่ามาถามตนอย่างนี้

"สหรัฐ"ปัดแทรกแซงไทย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า น.ส.เจน ซากี โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเกี่ยวกับการเดินทางเยือนไทยของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ว่ามีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อเรียกร้องให้สถานการณ์การเมืองของไทย มีความครอบคลุมมากขึ้นเท่านั้น และไม่มีเจตนาแทรกแซงกิจการภายในของไทย

ส่วนการที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ เชิญนายแพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือและแสดงความไม่สบายใจต่อการแสดงความเห็นของนายแดเนียล นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า เป็นที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยเป็นมิตรและพันธมิตรที่ทรงคุณค่า และเรามีการพูดคุยกันหลายเรื่องซึ่งเกี่ยวกับจุดยืนของเรา อย่างไรก็ตามความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ยังคงอยู่

ยันไม่ยกเลิกคอบร้าโกลด์แค่ลดระดับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากรัฐบาลสหรัฐได้ดำเนินการมาตรการต่างๆ สืบเนื่องจากการรัฐประหารในไทยปีที่แล้ว ยังมีแผนจะระงับความร่วมมืออื่นๆ เพิ่มอีกหรือไม่ เช่น ไม่ให้ไทยเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ น.ส.เจน ซากี กล่าวว่า เรื่องการฝึกคอบร้าโกลด์ หลังการรัฐประหาร เราจะปรับเปลี่ยนเป้าหมายและลดขนาดการฝึกในปีนี้ โดยจะเน้นเรื่องความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ โดยมุ่งขยายความร่วมมือในภูมิภาคและการประสานงานในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจไว้ระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น การฝึกที่จะเริ่มขึ้นในเดือนหน้านี้ ยังไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงใดๆ

"อุปทูตสหรัฐ"ปัดมะกันเลือกข้าง

ด้าน นายแพทริค ได้เขียนโพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุถึงการที่นายดอน เชิญเข้าพบ ว่า ตนได้พบกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อพูดคุยถึงการเยือนของนายแดเนียล โดยได้หยิบยกประเด็นเสรีภาพพลเมืองและความยุติธรรม ซึ่งสหรัฐในฐานะมิตรประเทศ ต้องการเห็นสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามสหรัฐยังคงทำงานร่วมกับไทย ที่เป็นพันธมิตรของเราในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญแก่ประชาชนไทย ขณะเดียวกันเราจะยังคงเรียกร้องรัฐบาลไทยให้เร่งเดินหน้าขั้นตอนที่จำเป็น ในการนำพาประเทศกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย เราเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยต้องร่วมมือกันในการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต โดยเราไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใด