โตชิบาถอนตัวตลาดโทรทัศน์อเมริกาเหนือ

โตชิบาถอนตัวตลาดโทรทัศน์อเมริกาเหนือ

โตชิบาประกาศถอนตัวออกจากธุรกิจโทรทัศน์ในอเมริกาเหนือ พร้อมขายแบรนด์ในตลาดให้กับ "คอมพาล" ผู้ผลิตจากไต้หวัน

โตชิบา กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของญี่ปุ่น แถลงว่า ยอดขายโทรทัศน์ที่ซบเซา ทำให้บริษัทตัดสินใจที่จะยุติการพัฒนา และขายโทรทัศน์ในตลาดอเมริกาเหนือ แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้พยายามดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่าย และเปิดตัวโทรทัศน์ที่มีจอขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว แต่การแข่งขันด้านราคาก็ยังรุนแรงอย่างมาก

พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ขายแบรนด์โตชิบาในตลาดอเมริกาเหนือ ให้กับคอมพาล อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตจากไต้หวันแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป และยังอยู่ระหว่างการเจรจาที่จะให้ไลเซนส์แบรนด์ของบริษัท กับผู้ผลิตรายอื่นๆ ในตลาดโทรทัศน์นอกญี่ปุ่นด้วย

โตชิบา ซึ่งมีธุรกิจในเครือไล่ตั้งแต่ เครื่องปั่นไฟฟ้า ระบบส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึง ชิพคอมพิวเตอร์ และแล็ปท็อป เผยด้วยว่า จากนี้ไป บริษัทจะมุ่งเน้นไปในด้านการผลิตโทรทัศน์ 4เค ที่มีความละเอียดสูงเป็นพิเศษ สำหรับตลาดญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

การเปิดเผยข้างต้นของโตชิบา เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่บริษัทเผยรายได้ในช่วง 9 เดือน นับถึงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 85.9% มาอยู่ที่ 71,900 ล้านเยน ผลจากยอดขายที่แข็งแกร่งในธุรกิจพลังงาน และสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่าง ชิพความจำ นอกเหนือไปจากการอ่อนค่าของเงินเยน ที่ทำให้มูลค่าของรายได้จากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงดังกล่าว โตชิบา มีกำไรจากการดำเนินงานทะยานขึ้น 6.2% มาอยู่ที่ 164,800 ล้านเยน ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.1% ที่ 4.7 ล้านล้านเยน ซึ่งตลอดทั้งปีงบการเงินปัจจุบัน สิ้นสุดในเดือนมี.ค.นี้ โตชิบา ยังคงรักษาระดับคาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 120,000 ล้านเยน จากยอดขายทั้งหมด 6.7 ล้านล้านเยน

การตัดสินใจออกจากตลาดอเมริกาเหนือของโตชิบา สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากที่เกิดขึ้นอย่างมากในตลาดโทรทัศน์โลก โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พานาโซนิค คอร์ป คู่แข่งสัญชาติเดียวกันกับโตชิบา ก็ประกาศถ่ายโอนธุรกิจโทรทัศน์ซันโย ในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นผู้จัดหาโทรทัศน์ให้กับวอล มาร์ท สโตร์ ยักษ์ค้าปลีกของสหรัฐ ไปให้อยู่ภายใต้การบริการของฟูไน อิเล็กทริค เพื่อแลกกับค่าภาคหลวง

เช่นเดียวกับชาร์ป คอร์ป ผู้ผลิตโทรทัศน์ญี่ปุ่นอีกรายหนึ่ง ที่ให้ไลเซนส์แบรนด์โทรทัศน์ของบริษัท กับยูนิเวอร์แซล มีเดีย คอร์ป สโววาเกีย ส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะลดค่าใช้จ่าย และถอนตัวจากการดำเนินงานที่ขาดทุน และโซนี่ คอร์ป ที่ประกาศแตกกิจการธุรกิจโทรทัศน์ออกมาเป็นบริษัทเดี่ยว