อัยการฟ้อง'พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์-ลูกน้อง4คน

อัยการฟ้อง'พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์-ลูกน้อง4คน

"อัยการ"ฟ้องแล้ว"พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์"-ลูกน้อง4คน รวม2สำนวน หมิ่นเบื้องสูง-รับส่วยน้ำมันเถื่อน-แต่งตั้งโยกย้ายตร.

พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ได้ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 59 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) , พล.ต.ต.โกวิทย์ วงค์รุ่งโรจน์ อายุ 59 ปี อดีตรองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) อายุ 55 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ , เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 157 และ 149 จากกรณีเรียกเก็บส่วยน้ำมัน

โดยคำฟ้อง บรรยายพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อเดือน ก.พ.55 - ก.ค.57 ต่อเนื่องกัน ขณะจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. , จำเลยที่ 2 เป็นรองผบช.ก. และ จำเลยที่ 3 เป็น ผบก.รน. ได้ร่วมกัน เรียก รับเงินรายเดือนจากผู้ประกอบการหลายราย ที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณน่านน้ำไทย ซึ่งจำเลยที่ 2 จะนำเงินที่ได้จากผู้ประกอบการ มาส่งมอบให้จำเลยที่ 1 รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาทเพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดความเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล ส่วนจำเลยที่ 3 ได้บังอาจดูหมิ่น ฯ องค์รัชทายา ซึ่งขณะที่ทำการเรียกรับเงิน จากผู้ประกอบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น จำเลยที่3 ได้แต่งเครื่องแบบข้าราชการตำรวจโดยติดเหรียญพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าหลายเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระโอรสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกฏราชกุมารมาประดับไว้ ที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้ายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บุคคลทั่วไป พร้อมอ้างว่าเงินส่วยที่เก็บไปนั้น จะต้องนำไปมอบให้ผู้บังคับบัญชาของตน เพื่อนำไปถวายให้กับองค์รัชทายาทด้วย ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ เหตุเกิดที่ ต.บางด้วน อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ และแขวง - เขตปทุมวัน กทม. เกี่ยวพันกัน ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามเมื่อวันที่ 22 พ.ย.57 โดยเจ้าพนักงานได้ตรวจยึดสำเนาบัญชีจ่ายเงินจากผู้ประกอบการที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยผิดกฎหมายเป็นของกลาง ซึ่งชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสาม ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ขณะนี้ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา เป็นคดีหมายเลขดำ อ.291/2558

ขณะเดียวกัน พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ยังได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. ,พล.ต.ต.โกวิทย์ อดีต รอง ผบช.ก. , พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อายุ 46 ปี อดีต ผกก.4 ปคบ. , ด.ต.สุรศักดิ์ จันเงา อายุ 50 ปี อดีต ผบ.หมู่ กก.2 ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 5 ต่อศาลอาญา อีกสำนวนหนึ่งด้วย ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใดเพื่อให้บุคคลใดมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น , ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จากกรณีเรียกรับเงินโยกย้ายตำแหน่งราชการ

โดยคำฟ้อง บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 53 - 11 พ.ย. 57 จำเลยทั้งห้า ร่วมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป. ที่เสียชีวิตแล้ว ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริตของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พ.ล.ต.ต.โกวิทย์ จำเลยที่ 1 - 2 ในการสรรหาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ก. สตช. โดยจำเลยที่ 3 - 5 ร่วมกันวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำเพื่อให้ พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรงสว.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และบุคคลอื่นอีกหลายคน มอบเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้กับจำเลยทั้งหา กับพวก รายละ 3 - 5 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือให้ได้รับการคัดเลือกตำแหน่ง โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งสำคัญในสังกัด บช.ก. จากนั้น พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำเลยที่ 1 และ พล.ต.ต.โกวิทย์ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้บังคับบัญชา จะสั่งให้ พ.ต.ต.ชาตรี กับพวกแต่ละราย จัดส่งเงินเป็นรายเดือน ๆ ละ 10,000 บาท - 2,000,000 บาท ให้กับจำเลยทั้งห้าและพวกเป็นค่าตอบแทน เพื่อให้ พ.ต.ต.ชาตรี กับพวก อยู่ในตำแหน่งต่อไป เหตุเกิดที่แขวง - เขตปทุมวัน , แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 22 พ.ย.57 เจ้าพนักงาน จับกุมจำเลยทั้งห้าได้พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 และ 4 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2,3 และ 5 ให้การปฏิเสธ ทั้งนี้พนักงานอัยการโจทก์ ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวจำเลยด้วย เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัวเกรงว่าจำเลยทั้งห้าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลได้ประทับรับฟ้องคดี ไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.292 / 2558

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก.กับพวกนายตำรวจ รวม 5 คน ทั้ง 2 สำนวน ดังกล่าวในวันนี้ ยังไม่ได้นำตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก.กับพวก มาศาล เนื่องจากทั้งหมดถูกคุมขังมาโดยตลอดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ เนื่องจากทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง ดังนั้นเมื่อมีการยื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลอาญา จะได้ออกหมายเบิกตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก.กับพวกนายตำรวจ ทั้ง 5 คน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ มาสอบคำให้การว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธต่อไป ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น.