SET INDEX ยังไม่ผ่าน 1,600 จุด

SET INDEX ยังไม่ผ่าน 1,600 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (22 - 28 ม.ค.2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง โดย DJIA -2.1% จากผลประกอบการ 4Q57 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาต่ำกว่าคาด ได้แก่ แคทเทอร์ พิลลาร์ และไมโครซอฟท์ รวมถึงปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ทำระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี อย่างไรก็ตาม หุ้น Apple +5.6% หลังรายงานงบ 4Q57 ออกมาดีกว่าคาด ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น DAX +4.0%, CAC ฝรั่งเศส +2.8% และFTSE +1.5% เมื่อผลการประชุม ECB ในวันที่ 22 ม.ค.ประกาศเข้าซื้อสินทรัพย์ 6.0 หมื่นล้านยูโร/เดือน มากกว่าที่ตลาดคาด

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (22 - 28 ม.ค.2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 0.5% ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงลบอย่างกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค.หดตัวลงแรงถึง 8.0% อีกทั้งเป็นการหดตัวแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 อีกทั้งความกังวลว่าทางการเตรียมเพิ่มการตรวจสอบสำหรับบัญชีมาร์จินซื้อขายหุ้น

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (22 - 28 ม.ค.2558) : SET INDEX ปรับตัวขึ้นแรงหลังผลการประชุม ECB ประกาศเข้าซื้อสินทรัพย์ 6.0 หมื่นล้านยูโร/เดือนมากกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามยังคงแกว่งตัวผันผวน ตามทิศทางราคาหุ้น BAY ส่งผลให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,592.81 จุด เพิ่มขึ้น 55.45 จุด หรือ +3.61% ณ วันที่ 28 ม.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (30 ม.ค. - 5 ก.พ.2558) : MBKET คงน้ำหนักกับการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 3 พร้อมประเมินโอกาสที่ SET INDEX จะไต่ระดับขึ้นทดสอบด่านสำคัญ 1,600 จุดและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ

• กระแสเงินทุนต่างชาติต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มซื้อสุทธิต่อเนื่องในความเห็นของเรา เพื่อเก็งกำไรต่อผลการดำเนินงานใน 4Q57 และเงินปันผลงวดปี 2557 หรือ 2H57

• ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ของไทย เราให้น้ำหนักกับภาคการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวได้หรือไม่ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลของฤดูกาล

• ผลการดำเนินงานใน 4Q57 ของบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทย

• และการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น BAY ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการกำหนดทิศทาง SET INDEX ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน MBKET คงแนะนำ “Contrarian Trading คือ ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ ระดับ 1,600 จุดขึ้นไป นักลงทุนควรพิจารณาขายทำกำไรและกลับมาถือเงินสดให้มากขึ้นอีกครั้ง เพราะ ณ ระดับดังกล่าว Upside เริ่มจำกัด อีกทั้งความผันผวนของราคาหุ้น BAY จะเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินภาพรวมของการลงทุน

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุม กบง. เพื่อพิจารณาปรับราคาก๊าซ NVG ในวันที่ 30 ม.ค.

2. ติดตามตัวเลขการส่งออก - นำเข้า และภาพรวมเศรษฐกิจเดือนธ.ค. รายงานโดย ธปท. ในวันที่ 30 ม.ค. เพื่อประเมินภาพรวม GDP ใน 4Q57 ฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงโมเมนตัมที่จะส่งต่อมายัง 1Q58

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อในยุโรป, ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในอังกฤษ, ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ ของจีน, อัตราการว่างงาน - อัตราเงินเฟ้อ ของญี่ปุ่น, GDP ใน 4Q57 ของอินโดนีเซีย

4. ติดตามการประชุม BoE ในวันที่ 5 ก.พ. อาจเห็น BoE ส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หลังตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มชะลอการเติบโต ภายใต้อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย 2.0% อย่างต่อเนื่อง

--------------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ