ถกแก้จัดงบบัตรทองแยกเงินเดือนออกจากรายหัว

ถกแก้จัดงบบัตรทองแยกเงินเดือนออกจากรายหัว

เวทีถกปัญหาทางแก้จัดงบบัตรทอง ขอหักเงินเดือนบุคลากรสธ.ออกจากงบรายหัว หมอชนบทย้ำขอใช้รูปแบบเดิม

ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดการประชุมรวบรวมข้อเสนอจากผู้ให้บริการและเครือข่ายด้านสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 29-30 มกราคม 2558 เพื่อเตรียมข้อมูลเข้าสู่เวทีที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นระบบหลักประกันสุขภาพปีงบประมาณ 2558 มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน โดย นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ผลจากการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

(บอร์ด สปสช.) จะพิจารณาว่า ข้อใดสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันที ก็จะนำไปปฏิบัติโดยไม่ต้องรอให้หมดปีงบประมาณ แต่หากเป็นเรื่องกฎหมายก็จะรวบรวมเพื่อนำเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไป

นพ.สุรพร ลอยหา ประธานชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กล่าวว่า ขอให้มีการหักเงินเดือนของบุคลากรสังกัด สป.สธ.ออกมาผ่านเขตสุขภาพ เพื่อให้มีการบริหารจัดการกันในพื้นที่ เนื่องจากจะทราบดีว่าโรงพยาบาลไหนมีปัญหามากน้อยแค่ไหน เนื่องจากการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวตามสัดส่วนประชากร หลายครั้งไม่ได้ช่วยบรรเทาปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนได้จริง เพราะบางพื้นที่มีประชากรน้อย แต่จำเป็นต้องมีโรงพยาบาล ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนทุกปี ดังนั้น ควรปรับวิธีจัดสรรเงินใหม่ เพื่อให้แต่ละแห่งได้รับประโยชน์สูงสุด

ด้านนพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ขอเสนอให้มีการจัดสรร เงินเดือนบุคลากรสาธารณสุข ในรูปแบบเดิม ไม่ใช่ระดับเขตสุขภาพเหมือนที่ สป.สธ. เสนอเนื่องจากที่ผ่านมาพบว่า เมื่องบเหมาจ่ายรายหัวลงไปยังพื้นที่ ตามที่ตกลงจะต้องมีการหักเงินเดือนของข้าราชการสังกัด สป.สธ. สัดส่วนร้อยละ 60 แต่ในความเป็นจริงเวลาจะหักเงินเดือนให้บุคลากรสป.สธ. จะต้องคำนึงถึงสัดส่วนความเป็นจริง แต่ที่ผ่านมาสป.สธ. กลับหักเงินเดือนเกินจริง เช่น บางพื้นที่อยู่ห่างไกล ทุรกันดาร สัดส่วนประชากรคนไทยน้อย แต่กลับหักเงินเดือนมาก ทำให้พื้นที่นั้นได้รับงบเหมาจ่ายรายหัวในการบริหารจัดการน้อยลง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดทุนตามมา ขณะที่เงินส่วนที่ สป.สธ.ได้ขอเพิ่มร้อยละ 3 หรือประมาณ1,841 ล้านบาทเพื่อกันไว้สำหรับกรณีแก้ปัญหาโรงพยาบาลต่างๆ กลับไม่จัดสรรช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

“ปีงบประมาณ 2557 โรงพยาบาลในพื้นที่จ.ตาก พบว่ามีการตัดเงินเดือนเกินจากความเป็นจริง เช่น ต้องตัด 60% แต่ตัดเกินสูงกว่า 141 ล้านบาท ขณะที่เงินสำหรับการช่วยเหลือเพิ่มเติมที่สป.สธ.ขอกันไว้ 3% นั้นก็ไม่ได้ลงพื้นที่เต็มที่ โดยอย่างพื้นที่จ.ตาก ส่งกลับคืนมาเพียง 19 ล้านบาท สุดท้ายก็ยังขาดทุนอยู่ดี มองว่าเรื่องนี้ สป.สธ.ไม่ควรเสนออะไร ยิ่งแนวทางการจัดสรรงบฯผ่านเขตสุขภาพ ยิ่งไม่ควร เพราะขนาดระดับจังหวัดยังมีปัญหา ถ้าเป็นเขตสุขภาพ ย่อมทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งขาดทุนเพิ่ม” นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว