สนช.หนุนรัฐบาลเดินหน้าสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21

สนช.หนุนรัฐบาลเดินหน้าสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21

กมธ.พลังงานสนช.หนุนรัฐบาลเดินหน้า"สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21" อ้างความมั่นคงทางพลังงาน

พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า กรรมาธิการฯมีมติเป็นเอกฉันท์ ยื่นญัตติให้ประธาน สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514เนื่องจากมีการร้องเรียนจากภาคประชาชนว่า การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 อาจทำให้รัฐได้สิทธิประโยชน์น้อยเกินไปเนื่องจากกฎหมายไม่เป็นธรรม

ประธาน กมธ.พลังงาน กล่าวว่า กรรมาธิการพลังงาน เห็นด้วยที่รัฐบาลเดินหน้าสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งจะครบกำหนดการยื่นซองในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากมีความจำเป็นเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน หากล่าช้าไปอาจเกิดปัญหาต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศได้ สำหรับกรรมาธิการวิสามัญฯที่จะตั้งขึ้นนั้นจะประกอบด้วยสามฝ่ายคือ สนช. ภาครัฐ เอกชนรวมถึงภาคประชาชนด้วย เพื่อให้ความเห็นในการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเดินหน้าสัมปทานแต่แก้กฎหมายในภายหลังจะมีประโยชน์อะไร พล.อ.สกนธ์ กล่าวว่า มีประโยชน์เพราะการเปิดสัมปทานมี 2 ช่วง คือ ช่วงสำรวจและช่วงผลิต ซึ่งในช่วง 3-9 ปีแรก จะเป็นช่วงของการสำรวจ จากนั้นจึงเป็นการผลิต ซึ่งจะเป็นการจัดสรรประโยชน์ ดังนั้นกว่าจะถึงช่วงเวลาดังกล่าวการแก้ไขกฎหมายน่าจะเรียบร้อยแล้ว โดยรัฐสามารถพิจารณาได้ว่าจะใช้ระบบสัมปทานหรือแบ่งปันผลผลิต

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การทำสัญญากับรัฐจะยึดกฎหมายในขณะที่ทำสัญญา จะใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับได้หรือ พล.อ.สกนธ์ ยอมรับว่า การทำสัญญาจะยึดกฎหมายในขณะนั้น ซึ่งก็ไม่ทราบว่าการแก้กฎหมายจะมีการเขียนบทเฉพาะกาล เพื่อให้ครอบคลุมอย่างไร เพราะเป็นเรื่องอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่อ้างเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน จึงจำเป็นต้องเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 นั้น จะเกิดประโยชน์อย่างไรกับประชาชน ในเมื่อรัฐมีนโยบายให้ซื้อพลังงานในราคาตลาดโลก พล.อ.สกนธ์ กล่าวว่า การเปิดสัมปทานรอบที่ 21 เพื่อให้ประเทศมีพลังงานที่เพียงพอเป็นคนละประเด็นกับเรื่องราคาพลังงาน ไม่ควรนำมาปนกัน