รวบยกแก๊ง!กลุ่มโจ๋ยิงแม่คู่อริดับคาร้านก๋วยเตี๋ยว

รวบยกแก๊ง!กลุ่มโจ๋ยิงแม่คู่อริดับคาร้านก๋วยเตี๋ยว

ผบ.ตร.แถลงจับกุม "แก๊งบางอ้อ" ก่อเหตุยิงโต้ตอบใส่ร้านก๋วยเตี๋ยวคู่อริ เป็นเหตุให้แม่คู่กรณีถูกลูกหลงเสียชีวิต

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผบช.สยศ.ตร.และพล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.กองแผนงานกิจการพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายยุทธนา หรือเอ็ม สมบูรณ์ อายุ 24 ปี และนายธวัฒน์ หรือ อ้วน แก้วงาม ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุยิงนางกรณัฐ หรือ เจ๊นัด ปุเรนโสภา อายุ 39 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเสียชีวิต ที่ริมถนนบริเวณหน้าบ้าน ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา

พร้อมของกลางอาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 7 นัด, ระเบิดทำขึ้นเองคล้ายระเบิดปิงปอง จำนวน 1 ลูก, ปลอกกระสุน ขนาด 9 มม.ซึ่งเก็บได้จากที่เกิดเหตุ จำนวน 3 ปลอก, หัวกระสุนปืน ซึ่งเก็บได้จากที่เกิดเหตุจำนวน 1 หัว, รถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 9 คัน, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง นอกจากนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนที่ร่วมก่อเหตุอีก จำนวน 16 คน

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงนางกรณัฐ และมีกระแสข่าวออกมาว่าคนร้ายได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจ มีการใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายทั้งที่ได้มีการคุกเข่าร้องขอชีวิต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้กำชับให้เร่งสืบสวนคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ยิงผู้หญิงเสียชีวิตกลางที่ชุมชน ตนจึงได้สั่งการให้คณะพนักงานสืบสวนในคดีอาญาสำคัญ ที่มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นหัวหน้าชุด ลงพื้นที่เร่งรัดคลี่คลายคดีร่วมกับตำรวจสืบสวน บช.ภ.7 ก่อนที่จะสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวน และการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พยานแวดล้อมต่างๆ สอดคล้องตรงกันว่ามีการยิงโต้ตอบกันระหว่างกลุ่มลูกชาย ของผู้เสียชีวิตกับกลุ่มของผู้ต้องหา เป็นเหตุให้ผู้ตายถูกลูกหลงถูกยิงเสียชีวิต ไม่ได้มีการคุกเข่าร้องขอชีวิตตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นายยุทธนา และ นายธวัฒน์ รวมทั้งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้งหมดซึ่งเป็นสมาชิกแก๊ง "บางอ้อ" มีนายบีม (นามสมมติ) เป็นหัวหน้า ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของลูกชายผู้เสียชีวิต ในวันเกิดเหตุ เวลา 19.30 น. นายยุทธนา และ นายธวัฒน์ พร้อมพวกได้รวมกลุ่มกันขี่รถจักรยานยนต์กว่า 10 คันไปขว้างระเบิดที่ทำขึ้นเองคล้ายระเบิดปิงปองใส่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เกิดเหตุจำนวนหลายครั้ง

โดยขณะนั้นผู้เสียชีวิตกำลังขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนละแวกดังกล่าว เพื่อยั่วยุให้คู่กรณีออกมาแต่ไม่เป็นผล ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น. ขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังเก็บร้าน กลุ่มผู้ต้องหาก็ย้อนกลับมาอีกก่อนเปิดฉากยิงใส่ในร้านหลายนัด มีการยิงตอบโต้กัน นางกรณัฐ จึงถูกยิงเสียชีวิตถึงแก่ความตาย ซึ่งคณะทำงานได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถระบุตัวและจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ คือ นายยุทธนา นายธนวัฒน์ และนาย บีม (นามสมมุติ)

ขณะหลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี และติดตามจับกุมตัวกลุ่มวัยรุ่น จำนวน 16 คน ที่เดินทางไปร่วมก่อเหตุ โดยทั้งหมดยังเป็นเยาวชน ทั้งนี้ สำหรับ นายธวัฒน์ เคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด ลักทรัพย์และรับของโจร รวม 10 คดี โดยล่าสุดเพิ่งพ้นโทษคดีพยายามลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ เพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 ม.ค. แต่ในช่วงคำก็มาก่อเหตุดังกล่าว

จากการสอบสวน นายยุทธนา ให้การรับสารภาพ ว่า ได้ร่วมกันกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง ก่อนหน้านี้่กลุ่มตนได้มีปัญหาทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของลูกชายผู้เสียชีวิต ในวันที่เกิดเหตุช่วงค่ำ นายบีม ได้ร่วมกันกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขว้างระเบิดที่ทำขึ้นเอง คล้ายระเบิดปิงปองใส่หน้าร้านที่เกิดเหตุหลายครั้ง ต่อมานายบีมได้ชักชวนตนและนายธวัฒน์ ร่วมกับแก๊งวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางจำนวน 9 คัน ไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในตอนแรกตั้งใจจะไปเคลียร์กับลูกชายผู้เสียชีวิต เกี่ยวกับเรื่องที่รุ่นน้องตนถูกทำร้าย แต่อีกฝ่ายได้ชักมีดมาขู่ ตนจึงได้ชักปืนออกเพื่อแสดงให้รู้ว่ามีปืน ปรากฏว่าคู่กรณีได้ยิงปืนเข้าใส่พวกตน 5 นัด นายธวัฒน์ จึงได้ยิงปืนสวนไป 3 นัด เป็นจังหวะที่นางกรณัฐ ซึ่งหลบอยู่หลังเสาไฟฟ้า เดินไปปิดประตูบ้านให้กับลูกชาย จึงถูกยิงเสียชีวิต อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพวกตนไม่ได้มีเจตนายิงผู้ตาย ที่ทำไปเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรขณะที่ในช่วงบ่ายวันนี้(29 ม.ค.) จะมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุด้วย