'พล.อ.เปรม'เปิดงานสานใจไทยสู่ใจใต้พิเศษรุ่นที่1

'พล.อ.เปรม'เปิดงานสานใจไทยสู่ใจใต้พิเศษรุ่นที่1

"พล.อ.เปรม" เปิดงานสานใจไทย สู่ใจใต้ พิเศษรุ่นที่1 ระบุเยาวชนทั้งไทยพุทธ-มุสลิม คือกำลังหลักของชาติ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดงานโครงการ สานใจไทยสู้ใจใต้ พิเศษ รุ่นที่1 หลักสูตรสังคมพหุวัฒนธรรม นำสันติสุข สู่แดนใต้ พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก และผู้แทนผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมเปิดงานสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่นพิเศษ อย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้มีเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามและพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 240 คน (เยาวชนมุสลิม 120 คน เยาวชนพุทธ 120 คน)เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นพิเศษนี้จะไม่มีการนำเยาวชนเข้าพำนักกับครอบครัวอุปภัมถ์และเข้าค่ายกิจกรรมทางการศึกษาเหมือนที่ผ่านมา แต่จะได้รับการคัดเลือกให้รับทุนส่งเสริมการศึกษา เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นเยาวชนที่มีผลการเรียนดี เป็นกำพร้าและขาดโอกาส และมีความต้องการที่จะเรียนให้สูงถึงระดับมัธยมศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับอุดมศึกษา

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนระดับวิชาชีพจะไปศึกษาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการวังไกลกังวล หัวหิน ส่วนผู้ที่มีผลการเรียนดีจะได้ร้บการส่งเสริมให้ได้ทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาด้วย เพื่อให้เยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามและพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒธรรมของภาคกลาง เพื่อพาสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

จากนั้นพล.อ.เปรม ได้กล่าวโอวาทในตอนหนึ่ง ว่า ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือโครงการนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งแรก สิ่งที่ทุกฝ่ายมอบให้ เป็นสิ่งที่หาได้ยาก วันนี้เป็นการเริ่มดำเนินโครงการในรุ่นพิเศษ ซึ่งได้หารือกับคณะกรรมการโครงการ และเริ่มดำเนินการ หลังจากนี้ต้องขอให้ทุกฝ่ายที่ร่วมดำเนินการ ติดตามและแนะนำเข้ามาด้วย ว่ามีผลเป็นอย่างไร ซึ่งทางคณะกรรมการโครงการ พร้อมรับฟังและแก้ไข อย่างไรก็ตาม ขอฝากเยาวชนในโครงการครั้งนี้ได้รับรู้ว่า ทุกคนเป็นคนไทย ต้องสำนึกว่า ทุกคนมีหน้าที่ในการทำให้ประเทศสงบสุข เชื่อว่า เยาวชนทั้ง 240 คนนั้น อาจจะมีความเห็นบางอย่างที่ไม่ตรงกัน แต่อย่านำมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ อย่าแบ่งฝ่ายแบ่งพวก เพราะจะไม่ส่งผลดีต่อส่วนรวม พร้อมทั้งขอให้ผู้ใหญ่แนะนำให้เด็กเข้าใจว่าความเห็นต่างมีเพื่อให้ทุกคนหาข้อยุติที่ดีที่สุดในการดูแลชาติ ไม่ใช่นำมาเป็นเรื่องการแบ่งฝ่าย พร้อมกับตั้งความหวังว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชาติ โดยมีเยาวชนเหล่านี้เป็นกำลังหลัก

"เยาวชนทั้ง 240 คนนั้น เป็นคนไทยนะ เป็นคยไทยเหมือนผม และเหมือนกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. เราเป็นเจ้าของประเทศนี้ ประเทศนี้เป็นของเรา ไม่ใช่ของ คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหน.คสช. เป็นของเราทุกคน คนไทย ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร ฉะนั้นผมมั่นใจว่าคุณคงรักประเทศไทย เหมือนผม และคนอื่นๆที่รักประเทศไทยเหมือนกัน ทุกคนต้องสำนึกว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ให้ชาติสงบสุข เราจะปล่อยให้ประเทศเกิดความบาดหมางคงไม่ดีแน่" พล.อ.เปรมกล่าว