'วิษณุ'ระบุกกต.ต้องถูกปฏิรูปเหมือนหน่วยงานอื่น

'วิษณุ'ระบุกกต.ต้องถูกปฏิรูปเหมือนหน่วยงานอื่น

“วิษณุ” รองนายกฯ ระบุกกต.ต้องถูกปฏิรูปเหมือนหน่วยงานอื่น ชี้เป็นการถ่วงดุลการตรวจสอบ หวั่นสังคมไม่ไว้วางใจ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีมติเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ข้อสรุปคงไปเป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการสรุปแต่เท่าที่ฟังในเวลานี้ ตนเคยแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวมาก่อนว่า กกต.มี 2 แบบในโลก แบบแรกก็คือ ใช้อำนาจทั้งระบบ เป็นคนออกระเบียบปฏิบัติ เป็นคนปฏิบัติเอง และ เป็นผู้ควบคุมกติกา ในเวลาที่ผ่านมากกต.เราเป็นระบบนี้ ก็มีคนพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง ตนไม่อยากไปบอกว่าเขาทำงานบกพร่อง แต่ว่าระบบนี้มีจุดอ่อนคือ เอาอำนาจมาอยู่ในองค์กรเดียว ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาทำให้สังคมไม่วางใจ และข้อสำคัญคืออาจจะไม่มีการถ่วงดุลกันเอง จึงมีรูปแบบกกต.อีกแบบหนึ่ง คือให้กกต.ทำเพียงบางอย่าง คือออกระเบียบปฏิบัติ และคอยดูว่าทำถูกหรือผิด เพราะถ้าตนเองออกกติกา ควบคุมกติกาแล้วปฏิบัติเองนั้นหนีไม่พ้นการถูกครหา และเป็นการรวมอำนาจไว้ที่เดียว มันควรจะมีการถ่วงดุลตรวจสอบกันเองระหว่างส่วนกลางกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งงานอาจจะช้า เพราะงานอยู่ในที่เดียว

“เป็นทั้งนายทะเบียนพรรคการเมือง คุมประชามติ และอื่น ๆ ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเลือกตั้งระดับประเทศ และท้องถิ่น หรือประชามติด้วย ก็จะปฏิบัติได้ยาก ฉะนั้นกมธ.จึงคิดไปในแนวแบบดังกล่าว ให้แยกอำนาจออกมา กกต.ยังอยู่ ยังมีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติ และควบคุมได้ ปัญหาคือใครปฏิบัติ วันนี้จึงคิด กจต. ทั้ง 7 คน ซึ่งรูปแบบนี้มีในบางประเทศ แต่อยากจะฟังให้ชัดเจนอีกครั้งว่าที่มาของ กจต.ทั้ง 7 คนนั้นมาจากไหน เพราะที่จะนำปลัดกระทรวง 7 กระทรวงมาตนก็คิดว่าอาจจะยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ เพราะในที่สุดก็เป็นระบบราชการเข้ามาตรงนี้”นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวถึงที่มาของกจต. 7 คนอีกว่า อยากจะฝากให้ไปคิดและออกแบบใหม่ให้ที่มามันดูเป็นที่ไว้วางใจกว่านี้ แต่ตอนนี้ตนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ที่กระทรวงเป็นคนเสนอชื่อนั้นไม่เป็นไร แต่อย่าไปถือว่าเป็นผู้แทนกระทรวงมิฉะนั้นจะรู้สึกผูกพัน ควรจะหาคนที่ไม่ใช่ข้าราชการและไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และอย่าลืมว่าบุคคลเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำกับของกกต. ฉะนั้นจะรับความเสี่ยงเยอะ กกต.กำหนดกติกาแบบนี้หากทำอีกแบบหนึ่ง กกต.จะเล่นงานได้

“แต่สมัยก่อนเป็นกกต.เอง เป็นเนื้อเดียวกัน วันนี้จะเป็น 2 เนื้อ ยิ่งกกต.ยุคต่อไป เขาจะรู้สึกว่าสังคมไม่วางใจ เขาอาจจะแสดงอภินิหารเต็มที่ในการแสดงให้เห็นว่าเขาทำงานได้ อาจจะเกิดความขัดแย้ง ซึ่งผมหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น”นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วนที่กรรมการกกต.น้อยใจนั้น ตนว่าก็มีเหตุอยู่ เพราะว่ามันเริ่มที่หลายคนไปพูดว่ากกต.บกพร่อง ความจริง กมธ.ยกร่างควรออกอธิบายว่าความคิดนี้ไม่ได้เกิดจากกกต.บกพร่องเป็นหลักใหญ่ บกพร่องคงมีบ้างแต่คงไม่ใช่หลักใหญ่ จัดระบบให้มันมีการคานและดุลอำนาจ อะไรที่แยกออกไปไม่กระจุกตัวกันก็คือของดีทั้งนั้น หากทำความเข้าใจแบบนี้กกต.อาจจะเข้าใจ และแรงน้อยใจอาจจะน้อยลง แต่ที่แล้วมาเห็นใจเพราะมีกระแสตำหนิว่าแย่ ต้องริบอำนาจคืน

"คือเมื่อเราจะปฏิรูปมันก็ต้องหยิกเล็บแล้วเจ็บเนื้อนะครับ ทุกคนต้องได้รับจากการปฏิรูป จะปฏิรูปเรื่องวิธีเลือกตั้ง คนที่ทำอยู่แต่เดิมก็ต้องได้รับผลกระทบ ผมเคยทำปฏิรูปมาก่อนผมรู้ว่ามันกระทบ ผลกระทบแบบนี้มันต้องเกิดเป็นธรรมดา แต่ว่าอย่าตำหนิกันว่าเพราะใครเลว ใครแย่ถึงต้องปฏิรูป ปฏิรูปความหมายคือทำให้ดีขึ้น ไม่จำเป็นว่าของเดิมจะแย่" นายวิษณุกล่าว