SCC - ซื้อ

SCC - ซื้อ

เติบโตรอบใหม่กำลังเริ่ม

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 4/57 ที่ค่อนข้างน่าประทับใจนั้นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นของแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของ SCC เท่านั้น ธุรกิจปิโตรเคมีคาดจะได้รับประโยชน์จากช่วง super-cycle ของอุตสาหกรรม จึงน่าจะยังคงรายงานผลการดำเนินงานที่โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และกระดาษกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว เส้นทางการเติบโตของบริษัทอาจมีการสะดุดบ้างเล็กน้อย จากผลขาดทุนของโรงงานใหม่ในช่วงเริ่มดำเนินการผลิต แต่เรามองผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงกาะสะดุดสั้นๆเท่านั้น แนวโน้มการเติบโตระยะยาวของบริษัทยังแข็งแกร่ง เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 540 บาท

สรุปไตรมาส 4/57

SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% YoY และ 12.9% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษ (เช่น กำไร/ขาดทุนคลังสินค้า กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และการค่าสินไหมทดแทนจากประกัน) กำไรหลักจะอยู่ที่ 11,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% YoY และ 62% QoQ ซึ่งกำไรหลักที่เติบโต YoY มีปัจจัยจากกำไรในธุรกิจปิโตรเคมีที่มากขึ้น ในขณะที่กำไรหลักที่เติบโต QoQ เป็นผลจากช่วงฤดูกาลเงินปันผลรับ

ธุรกิจปิโตรเคมียังคงช่วยหนุนกำไร

แม้จะมีขาดทุนคลังสินค้าจำนวนมากที่ 2.9 พันล้านบาท แต่ธุรกิจปิโตรเคมีรายงานกำไรสุทธิเติบโตถึง 58% YoY เป็น 3.5 พันล้านบาทโดยได้แรงหนุนจากปริมาณขายและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (PE,PP) ที่แข็งแกร่งขึ้น ปริมาณขายของโพลีโอเลฟินส์เติบโต 27% YoY เป็น 473,000 ตันในไตรมาส 4/57 จากการยกยอดขายมาจากไตรมาส 3/57 และฐานที่ต่ำอันเป็นผลจากการปิดโรงงานในปีก่อน เราคาดว่าไตรมาส 1/58 จะเป็นอีกไตรมาสที่แข็งแกร่ง แม้เราจะมองว่าส่วนต่างราคาจะลดลง QoQ แต่ขาดทุนคลังสินค้าก็น่าจะน้อยลง ในขณะที่การที่ลูกค้าเริ่มกลับมาตุนสินค้าเข้าคลังน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ปริมาณขายแข็งแกร่งต่อไปได้ ในระยะยาว ธุรกิจปิโตรเคมีคาดจะยังคงเป็นธุรกิจที่ช่วยหนุนกำไรตลอดจนถึงปี 2561 หนุนจากอุปทานโอเลฟินส์ที่ตึงตัวยิ่งขึ้น

ธุรกิจซีเมนต์กำลังฟื้นตัว

อุปสงค์ซีเมนต์ไตรมาส 4/57 หดตัว 3% YoY จากอุปสงค์ที่ลดลงทั้งสำหรับการก่อสร้างที่อยู่อาศัย (-3%) และอาคารพาณิชย์ (-8%) แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยความต้องการซีเมนต์จากภาครัฐเริ่มทรงตัวในไตรมาส 4/57 และคาดว่าจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นในเร็วๆนี้ SCC คาดอุปสงค์ซีเมนต์จะเติบโต 6% ในปีนี้ โดยส่วนมากจะเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ส่วนราคาราคาซีเมนต์นั้น ลดลงจาก 1,950-2,000 บาทต่อตันในไตรมาส 3/57 เป็น 1,900-1,950 บาทต่อตันในไตรมาส 4/57 เนื่องจากอุปสงค์อ่อนตัวลง

ทั้งนี้เราไม่ได้กังวลเรื่องราคาแม้จะมีอุปทานเข้ามาใหม่เนื่องจากเราคาดว่าอุปสงค์ที่เติบโตจะช่วยดูดซับอุปทานใหม่ได้ โดยมุมมองของเรา ปัจจัยกดดันกำไรจะมาจากเพียงขาดทุนจากค่าเสื่อมราคาของโรงงานใหม่ในประเทศกัมพูชา (ไตรมาส 2/58) และอินโดนีเซีย (ไตรมาส 3/58) ในช่วงขึ้นกำลังการผลิตใหม่

ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง—อ่อนตัวในประเทศ แข็งแกร่งในอาเซียน

อุปสงค์สำหรับวัสดุสร้างบ้านลดลง 12% YoY ในขณะที่อุปสงค์กระเบื้องเซรามิคหดตัว 4% YoY ภาวะอุปสงค์อ่อนตัวคาดจะดำเนินต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2558 และคาดจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งจะประมาณหลังจากที่ความต้องการซีเมนต์ฟื้นตัวไปแล้วราว 3-6 เดือน ส่วนยอดขายในภูมิภาคอาเซียนนั้นเติบโตแข็งแกร่ง การส่งออกเพิ่มขึ้น 25.7% YoY ในขณะที่ยอดขายของบริษัทลูกในอาเซียนเติบโต 14.7% YoY