เมียกะเหรี่ยงบิลลี่กังวลคดีถูกแทรกแซง

เมียกะเหรี่ยงบิลลี่กังวลคดีถูกแทรกแซง

เมียกะเหรี่ยงบิลลี่กังวลคดีถูกแทรกแซงหลังป.ป.ท.เขต7ระบุเคยเป็นลูกน้องชัยวัฒน์ ด้านภูธรภาค.7สรุปสำนวนเอาผิด157

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) นางอังคณา นีละไพจิตร พร้อมด้วยน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ป.ป.ท. เกี่ยวกับการหายตัวไปของบิลลี่ ภายหลังเข้าไปเก็บของป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมีการสอบถามความคืบหน้ากรณีที่ตำรวจสภ.แก่งกระจานเคยยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่อุทยานฯกระทำผิดมาตรา 157 กรณีควบคุมตัวบิลลี่ไว้โดยไม่ส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าได้มอบหมายให้สำนักงานป.ป.ท.พื้นที่ 7 รับผิดชอบ ส่วนกลางมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด โดยน.ส.พิณนภาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า รู้สึกกังวลว่าจะมีการแทรกแซงคดี เนื่องจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นคนกว้างขวางในพื้นที่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ป.ป.ท. พื้นที่ 7 ที่เคยเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ยอมรับว่าเคยทำงานเป็นลูกน้องกับนายชัยวัฒน์ ทำให้ตนไม่มั่นใจและต้องการยื่นหนังสือถึงป.ป.ท.เพื่อให้ป.ป.ท.ส่วนกลางรับผิดชอบคดี

วันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.ไตรวิช น้ำทองไทย รองผบก.สส.ภาค 7 ในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนคดีการหายตัวไปของบิลลี่ พร้อมด้วยพ.ต.ท.วศพล เรืองจ้อย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ ภ.จว.เพชรบุรี และคณะทำงานเดินทางเข้ายื่นสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมกับป.ป.ท. ตามที่ชุดสืบสวนสอบสวนดำเนินการไปก่อนหน้านี้ซึ่งพบประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นที่เคยมีพยานให้การต่อศาลว่าปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดภายในอุทยานฯกลับไม่พบว่ามีการปล่อยตัวบิลลี่ออกมาจริง ขณะที่นักศึกษาที่เคยให้การเป็นพยานว่าเห็นบิลลี่ขับรถจักรยานยนต์กลับออกมาก็กลับคำให้การว่าไม่เคยเห็นบิลลี่ตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น้ำผึ้งป่าที่บิลลี่เข้าไปเก็บมีทั้งหมด 38 ขวด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมีการประสานไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) ให้รับทราบแล้ว