เพิ่ม'สิทธิพลเมือง'ในรธน. ความหวังปฏิรูปสิ่งแวดล้อม

เพิ่ม'สิทธิพลเมือง'ในรธน. ความหวังปฏิรูปสิ่งแวดล้อม

(รายงาน) เพิ่ม"สิทธิพลเมือง"ในรธน. ความหวังปฏิรูปสิ่งแวดล้อม

ปัญหาด้าน "สิ่งแวดล้อม" เป็นประเด็นข้อถกเถียงเพื่อหาทางแก้ปัญหามาหลายยุคสมัย แต่เมื่อมาถึงยุค "ปฏิรูปประเทศ" ภายใต้การขับเคลื่อนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใครต่อใครคาดหวังจะได้เห็นการปรับปรุงแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุดในเวทีเสวนาหัวข้อ "เราหวังอะไรได้กับการปฏิรูปสิ่งแวดล้อม?" ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการปฏิรูปสิ่งแวดล้อมซึ่งมีหลายประเด็นที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

นายบัณฑูร บอกว่า หลังจากที่ได้มีการพูดคุยในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วมีข้อสรุปว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ขึ้นมา และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีหมวดเรื่องการปฏิรูปบรรจุอยู่ ซึ่งได้เสนอบรรจุประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย โดยมองว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องอื่นใด แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองโดยแท้ ซึ่งจะต้องเรียกว่าการปฏิรูปการเมืองด้านสิ่งแวดล้อม

"เราจะให้น้ำไหลไปที่ใคร ไหลไปที่ไหน จะให้ที่ดินกับใคร ของใคร อัตราภาษีเท่าไหร่ คือเรื่องการเมืองแท้ๆ คือการเมืองที่ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประโยชน์สูงสุด"

นายบัณฑูร ระบุว่า สิ่งที่เกี่ยวข้องในด้านสิ่งแวดล้อมจะมีอยู่ 3 ส่วน ได้แก่ 1.หมวดสิทธิเสรีภาพ 2.หมวดนโยบายของรัฐ และ 3.หมวดปฏิรูป

โดยในส่วนข้อเสนอการปฏิรูปสิ่งแวดล้อมนั้น ได้แก่ 1.หมวดประชาชน ในเรื่องการขยายการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในมาตรา 4 ได้มีการระบุไว้ว่า รัฐมีหน้าที่ต้องเคารพ คุ้มครอง ส่งเสริม และช่วยเหลือในการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างเหมาะสม

ส่วน มาตรา 6 ระบุว่า สิทธิของบุคคลที่รัฐธรรมนูญนี้รองรับไว้ ก่อให้เกิดหน้าที่แก่รัฐและหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการให้สัมฤทธิผล แต่การดำเนินการดังกล่าว ให้รัฐดำเนินการเพิ่มขึ้นตามความสามารถ

เขาบอกต่อว่า ส่วน ตอนที่ 3 สิทธิพลเมือง ใน มาตรา 30 พลเมืองเมืองย่อมมีสิทธิในด้านสาธารณสุขตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น ได้บัญญัติไว้ว่า ดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดี ซึ่งเมื่อได้มีการบัญญัติเช่นนี้แล้วก็จะเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะทำให้เป็นจริง ซึ่งจะมีการขยายความต่อไป สิ่งต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นจะต้องมีการแก้ไขอย่างไร เพื่อให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง

นายบัณฑูร บอกอีกว่า ได้มีการเพิ่มเติมใน มาตรา 34 เรื่องพลเมืองย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ และมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน รวมทั้งได้รับแจ้งผลการพิจารณาในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากนั้น พลเมืองย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากรัฐ ก่อนการอนุญาตหรือการดำเนินการโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจจะมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ คุณภาพชีวิต

"เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นเมื่อรับฟังความเห็นต่างๆ แล้วก็แค่วิจารณ์เป็นแค่พิธีกรรม แต่ต่อไปนี้จะต้องผูกมัด นำเอาความเห็นนั้น ไปประกอบการพิจารณาซึ่งมีการบรรจุไว้อย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการรับฟังความเห็น ต้องมีการทำรายงานออกมาหนึ่งฉบับ เพื่อไปประกอบการตัดสินใจ ถ้าตัดสินใจแล้วไม่สอดคล้องกับเวทีรับฟังความคิดเห็นก็ต้องอธิบายได้"

ใน มาตรา 35 ระบุว่า ชุมชน ย่อมมีสิทธิปกป้อง ฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งมีการบรรจุเพิ่มในท้ายมาตราว่า ตลอดจนพัฒนาด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน

มาตรา 36 สิทธิของพลเมืองที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชน ในการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นธรรม

"ในวรรคแรกเราเติมคำว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีลงไป แต่เดิมเป็นแค่สิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพก็เป็นไปตามมาตรฐาน ตะกั่ว ปรอทเท่าไรแต่พอเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีมันเหนือกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย"

ขณะที่ ในวรรค 2 ได้เพิ่มเติมว่า โดยบุคคลซึ่งมิได้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ เขาอธิบายว่า จากปัญหาที่เคยถกเถียงกันว่า การที่ไปจ้างบริษัทผู้มีสิทธิ์ที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะโครงการของรัฐ หรือเอกชน ก็นำมาสู่ความไม่ไว้วางใจว่าคนที่ทำรายงานนั้นจะรายงานตรงไปตรงมามากน้อยแค่ไหน

เขาบอกว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหาตรงนี้มีมาโดยตลอด แก้ปัญหาการจ้างตรงโดยเจ้าของโครงการ อาจจะมีการตั้งกองทุนในการจ้าง เพราะการว่าจ้างตรงทำให้เจ้าของโครงการกับคนทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง ต่อไปนี้เปลี่ยนระบบ จึงมีการบรรจุไว้แบบนี้ แต่เป็นในลักษณะภาษากฎหมาย

ใน ส่วนที่ 3 เรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมือง ใน มาตรา 1 พลเมืองย่อมมีสิทธิรับรู้และแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำและการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น รวมทั้งการพิจารณาร่างกฎหมาย กฎ และโครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ สุขอนามัย หรือการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ

สำหรับในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ได้กำหนดไว้ใน มาตรา 16 ทรัพยากรเป็นสมบัติของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ รัฐต้องบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประโยชน์สูงสุดของรัฐ ประชาชน และชุมชน ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น และต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยหลัก ธรรมาภิบาลและหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

และในหมวดการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม มีการเสนอให้รัฐต้องดำเนินการปฏิรูปเครื่องมือ องค์กร กลไกต่างๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพยากร กระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงแก้ไข ปรับปรุง ตรากฎหมายและจัดทำมาตรการต่างๆ ตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม หลักการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักพัฒนาที่ยั่งยืน