'สมหมาย-ประจิน'งัดข้อปมหนี้ขสมก.9หมื่นล.

'สมหมาย-ประจิน'งัดข้อปมหนี้ขสมก.9หมื่นล.

"สมหมาย" เล็งใช้เงินภาษีล้างหนี้ขสมก.9หมื่นล้าน เปิดเอกชนเข้ามาเดินรถ ลั่นหนี้ขสมก.เหมือนจอมปลวก

ขณะที่"ประจิน"โต้กลับขสมก.ไม่หยุดให้บริการ ทำหน้าที่เดินรถต่อ ยันหนี้สะสมกว่า 9 หมื่นล้าน ขอจัดการเอง

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ดครั้งล่าสุด ได้พิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีความเห็นว่าขสมก.น่าจะดำเนินกิจการไม่ไหวแล้วมีภาระหนี้สูงถึง 8-9 หมื่นล้าน สมควรเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินงานแทน

"หากให้กระทรวงการคลังจ่ายหนี้ให้ แต่ขสมก.ทำงานแบบเดิมต่อไปภายใน 5-10 ปี หนี้ก็กลับมาเหมือนเดิม น่าจะให้เอกชนเข้ามาทำดีกว่า ถ้าทำแล้วออกมาดีก็คุ้มที่รัฐบาลจะรับหนี้ให้ที่ประชุมก็เห็นชอบ"

การให้เอกชนเข้ามาดำเนินงาน สามารถทำผ่านพ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) อาจแยกเป็นโซน หรือเส้นทางต่างๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีหารือในรายละเอียดอีกที ส่วนเรื่องหนี้สิน 8-9 หมื่นล้านบาท กระทรวงคลังสามารถจัดการได้ โดยอาจนำเงินภาษีไปจ่ายส่วนนี้

ชี้หนี้ขสมก.เหมือนจอมปลวก

"หนี้ขสมก.และการรถไฟฯเป็นหนี้สะสมเหมือนจอมปลวก มีแต่จะโตขึ้นทุกวัน เรียกว่าเลยจุดที่ต้องสะสาง แต่ขสมก.ไม่มีทรัพย์สินที่เอามาแลกหนี้เหมือนรถไฟ รัฐบาลต้องรับภาระมาดื้อๆ แต่เมื่อรับมาแล้วก็ต้องให้คุ้มค่าคือเปลี่ยนนโยบายเปิดให้เอกชนเข้ามาทำ นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าการแก้ปัญหาต้องดูแลพนักงาน"

นายสมหมาย กล่าวว่าจำเป็นต้องลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก รัฐไม่สามารถหาเงินมาทำเองได้ทั้งหมด เรื่องนี้ได้หารือในคนร. ว่าต้องเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน พร้อมเปิดให้เอกชนเข้าร่วมทุนอีกหลายกิจการ ทั้งสนามบิน ท่าเรือ โรงพยาบาล และสถานศึกษา

'ประจิน'ยันขสมก.ทำหน้าที่เดินรถ

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายสมหมาย มีแนวคิดที่จะให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบหนี้สินขสมก.ทั้งหมด และให้ขสมก.หยุดการให้บริการ มีแนวคิดที่จะให้เอกชนเข้าให้บริการแทนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ ว่ากระทรวงคมนาคมยืนยันจะยังคงยืนยันตามแนวปฏิรูปฟื้นฟูของคนร.ที่จะให้ขสมก.มีหน้าที่เดินรถอย่างเดียว ส่วนหน้าที่กำกับดูแลและให้สัมปทานโอนไปอยู่กรมการขนส่งทางบก รวมถึงให้ขสมก.ปรับเส้นทางการเดินรถใหม่ทั้งหมด และเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมเดินรถมากขึ้น

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาขาดทุนกว่า 92,000 ล้านบาท เป็นเรื่องและแนวทางที่กระทรวงคมนาคม จะเป็นผู้ดำเนินการเอง และขอเวลาแก้ไข ไม่สามารถปฏิเสธ หนี้สินก้อนนี้ได้ เพราะการเดินรถถือเป็นการบริการเชิงสังคมสาธารณะ

อนาคตต้องแยกอำนาจกำกับ

นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่าปัจจุบันเอกชนเดินรถร่วมกับขสมก.อยู่แล้ว แต่ในอนาคตจะแยกอำนาจการกำกับดูแล ซึ่งขสมก.เป็นเพียงผู้เดินรถ ส่วนการบริหารเส้นทางจะถูกแยกออกมา เส้นทางใดที่หมดอายุสัมปทานจะเปิดให้เอกชนมาร่วมประมูล

ทั้งนี้ที่ประชุมคนร. รับทราบแผนแก้ปัญหาขสมก.3 ส่วน1.ให้ขสมก.ดำเนินการในฐานะผู้ประกอบการเท่านั้น ให้กรมการขนส่งทางบก ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะแทน

2. ให้กระทรวงคมนาคมเร่งสร้างความชัดเจนเส้นทางการเดินรถและการจัดสรรเส้นทางระหว่าง ขสมก. และรถเอกชน และจัดซื้อรถให้สอดคล้องต่อไป 3. เมื่อมีความชัดเจน เส้นทางเดินรถของ ขสมก. ให้กระทรวงการคลังพิจารณาปัญหาหนี้สิน ขสมก.

บอร์ดล้มสรรหาผอ.ขสมก.

ด้านพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่าถึงกรณีการดำเนินการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. คนใหม่ ว่า การประชุมคณะกรรมการวานนี้ (28 ม.ค.) ประธานคณะกรรมการสรรหาได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าบุคคลทั้ง 3 คน ที่สมัครเข้ารับการสรรหาและผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการสอบสัมภาษณ์

แต่หลังจากการแสดงวิสัยทัศน์พบว่าผู้สมัครทั้ง 3 รายได้คะแนนเฉลี่ยไม่ได้ตามเกณฑ์ที่จะผ่านการพิจารณา ดังนั้นคณะกรรมการจึงเห็นสมควรให้กลับไปเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่โดยเร็วที่สุด โดยสัปดาห์หน้าขสมก.จะเปิดรับสมัครผู้สนใจดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก.ใหม่

ทั้งนี้ในการพิจารณาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งจะยังใช้คณะกรรมการสรรหาชุดเดิม ส่วนการพิจารณาที่ผ่านมาคะแนนเต็ม 100 การพิจารณาผ่านเกณฑ์ หรือผ่านการสรรหาจะใช้เกณฑ์ต้องได้คะแนนมากกว่า 70% พบว่าไม่มีผู้สมัครรายใดได้คะแนนถึง ส่วน การล้มสรรหาผู้อำนวยการขสมก.ใหม่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูของขสมก.

เปิดประมูลจัดหาเมล์เอ็นจีวีใหม่

ด้านนางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวถึงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 489 คัน ว่า ภายหลัง ขสมก.เปิดขายซองประกวดราคา พบว่ามีบริษัทเอกชนให้ความสนใจมาซื้อซองมากกว่า 30 ราย แต่การยื่นซองเสนอราคามีผู้สนใจเสนอ 3 บริษัท ทั้ง 3 บริษัทมีการยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนั้นจำเป็นต้องกลับไปเริ่มกระบวนการขายซองประกวดราคาใหม่ โดยขสมก.จะมีการประกาศขายซองประกวดราคาอีกครั้งระหว่างวันที่ 9-13 ก.พ.นี้