จ่อปรับราคาเอ็นจีวีพรุ่งนี้ เล็งขยับภาษีดีเซล1บ./ลิตร

จ่อปรับราคาเอ็นจีวีพรุ่งนี้ เล็งขยับภาษีดีเซล1บ./ลิตร

กบง.ถกศุกร์นี้ขึ้นราคาเอ็นจีวี พร้อมเตรียมขึ้นสรรพสามิตดีเซล 1 บาท/ลิตร ด้านก.พลังงานโยนให้ปตท.ดูแล

ผู้มีรายได้น้อยใช้แอลพีจีราคาถูก หลังลอยตัวราคาในวันที่ 2 ก.พ. 2558

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันศุกร์นี้ (30 ม.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณาแผนการปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น จากที่ปัจจุบันราคาขายปลีกอยู่ที่ 12.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง ทำให้ต้นทุนเอ็นจีวีปรับลดลงจากเดิมที่ 16 บาท/กก. เหลือ 14-15 บาท/กก.

ในส่วนของภาษีสรรพาสามิตดีเซล ขณะนี้กำลังหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ว่าจะปรับขึ้นอีก 1 บาท/ลิตร เป็น 4.25 บาท จากเดิมที่ 3.25 บาท/ลิตร แต่จะปรับเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่ที่การแก้ไขปัญหาเรื่องการเก็บภาษีน้ำมันในสต็อกอย่างไร ไม่ให้เป็นภาระแก่เอกชน

นายณรงค์ชัย กล่าวว่า หากมีการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ก็จะไม่กระทบราคาขายปลีก เพราะจะชดเชยด้วยการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บจากน้ำมันดีเซลอยู่ 3.35 บาท/ลิตร

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในวันที่ 2 ก.พ. 2558 นี้ ทางกระทรวงพลังงานจะส่งมอบการดูแลโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ซื้อแอลพีจีราคาถูกให้ทาง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลแทนทั้งหมด เนื่องจากต่อไปทาง ปตท.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายชดเชยแอลพีจีราคาถูกให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้แทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของกระทรวงพลังงาน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนฯใช้เงินชดเชยอยู่ 42 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ไม่มีไฟฟ้าใช้และกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 90 หน่วยต่อเดือน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7.5 ล้านครัวเรือน และ 2. กลุ่มหาบเร่แผงลอยที่มีประมาณ 3 แสนครัวเรือน ซึ่งต่อไป ปตท.จะต้องเข้ามารับภาระส่วนนี้แทน เนื่องจากได้ประโยชน์จากการลอยตัวแอลพีจีที่กำลังจะเริ่มในเดือนก.พ.2558 นี้ โดยเฉพาะโรงกลั่นและโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ไม่ต้องถูกตรึงราคาจำหน่ายที่ต่ำเพียง 333 ดอลลาร์ต่อตันอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ปตท. และกระทรวงพลังงานกำลังหาแนวทางร่วมกันเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าร่วมใช้สิทธิ์ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้น โดยคาดว่าระยะแรกที่ลอยตัวราคาแอลพีจีจะใช้วิธีการเดิมไปก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงระบบ ส่วนในอนาคตหากระบบมีการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม ทางปตท.อาจพิจารณาเปลี่ยนระบบได้ในภายหลัง แต่มั่นใจว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเดือน ก.พ. 2558 อย่างแน่นอน

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า นายณรงค์ชัย สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนวิธีการให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ราคาถูก 18.13 บาทต่อกิโลกรัม เข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพบว่ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 90 หน่วยต่อเดือน ซึ่งมีประมาณ 7.5 ล้านครัวเรือน มาเข้าร่วมโครงการเพียง 4 แสนครัวเรือนเท่านั้น เนื่องจากวิธีการขอใช้สิทธิ์มีความยุ่งยากซับซ้อน ส่วนหาบเร่แผงลอยมาเข้าร่วมโครงการกว่า 80% ของผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งสิ้น 3 แสนราย

สำหรับวิธีการเข้าร่วมโครงการที่ดูว่ายุ่งยากซับซ้อนนั้น เนื่องจากมีอยู่ 2 กระบวนการ คือ 1. การแสดงตัวขอเข้าร่วมโครงการ และ2.การสั่งซื้อแอลพีจี ซึ่งผ่านระบบข้อความทางโทรศัพท์มือถือ (เอสเอ็มเอส) ทั้งหมด อย่างไรก็ตามปัจจุบันกระทรวงพลังงานพยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้เข้าใจวิธีการเพื่อให้เข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น

นอกจากนี้ในส่วนของการลอยตัวราคาแอลพีจีในวันที่ 2 ก.พ. 2558 นี้ กระทรวงพลังงานยังกำหนดให้ราคาจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ราคาเดิม 24.16 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจะมีการปรับขึ้นลงตามราคาตลาดโลกต่อไป ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังคงให้จำหน่ายราคาถูก 18.13 บาทต่อกิโลกรัมต่อไป ซึ่งผู้ใช้แอลพีจีทุกภาคส่วนจะยังไม่ได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงช่วงเดือนแรกแต่อย่างใด