'เคจีไอ'ย้ำวอลุ่มหายไม่กระทบ

'เคจีไอ'ย้ำวอลุ่มหายไม่กระทบ

บล.เคจีไอ ย้ำวอลุ่มหายไม่กระทบป้องเสี่ยงเน้นกระจายรายได้ ประเมินดัชนีปีนี้ยังผันผวน

เข้าสู่ปี 2558 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่องเฉลี่ย 4.8 หมื่นล้านบาท ดัชนีหุ้นขึ้นทดสอบระดับ 1,600 จุด นายสมชาย กาญจนเพชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจหลักทรัพย์บุคคล บล.เคจีไอ มองว่า ตลาดหุ้นปีนี้ไม่น่าจะขยับขึ้นไม่เกิน 100 จุด เพราะเศรษฐกิจในต่างประเทศไม่ดี นักลงทุนต่างชาติยังไม่ลงทุนไทยเต็มตัว เพราะการเมืองไม่นิ่ง นักลงทุนต่างชาติไม่ลงทุนในประเทศ ที่ไม่มีเสถียรภาพการเมืองแน่นอน

"ตลาดหุ้นโดยรวมไม่น่าจะต่างจากปีที่ผ่านมา โดยยังคงผันผวน โดยช่วงปลายปีใกล้เลือกตั้ง ดัชนีหุ้นน่าจะแกว่งตัวรุนแรง ตามกระแสข่าวการเมืองที่จะเข้มข้นมากขึ้น"

นอกจากนี้ภาพของตลาดหุ้น ยังเต็มไปด้วยนักลงทุนรายบุคคล ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะดูว่ามีปริมาณที่มากขึ้น แต่ไม่ใช่เพิ่มขึ้นจนผิดปกติ เพราะสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติหายไป เช่นเดียวกับนักลงทุนสถาบันในประเทศ การขยายตัวเช่นกัน มูลค่าการซื้อขายน่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ที่ 4-5 หมื่นล้านบาท

ส่วนการซื้อขายหุ้น นักลงทุนเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุน พบว่า หุ้นขนาดใหญ่เริ่มไม่มีบทบาท โดยหุ้นขนาดกลางและเล็กมีบทบาทต่อการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น เพราะเล่นตามกระแสข่าวลือ ดังนั้นจึงน่าเป็นห่วง

"แต่ตลาดหุ้นไทย เริ่มเสถียรพอสมควร น่าจะผ่านปัญหานี้กันไปได้ ซึ่งมาตรการคุมหุ้นที่ร้อนแรง อาจมีผลกับยอดการเทรดกับนักลงทุนรายบุคคลบ้าง แต่ก็ไม่น่าห่วงมากนัก"นายสมชาย กล่าว

ธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่แย่งชิงเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน เพราะมีบริษัทหลักทรัพย์เกิดใหม่จำนวนมาก ทำให้บริษัทหลักทรัพย์น้องใหม่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในระดับกลางๆ แต่พอหลังจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเข้ามาให้การช่วยเหลือ การแย่งชิงตัวน้อยลง ซึ่งเคจีไอถูกดึงตัวไปมากกว่า 20 คนจาก 300 คน

นายสมชาย กล่าวว่า การย้ายค่ายของเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนส่วนใหญ่ เป็นเจ้าหน้าที่ที่อายุงานไม่มาก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัท ส่วนค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น ยังแข่งขันรุนแรง ซึ่งลูกค้ามองหาค่าคอมมิชชั่นที่ถูกลงจากปีก่อนอยู่ที่ 0.18 % คาดจะปรับตัวลดลง ความรุนแรงจะน้อยลง หากมูลค่าการซื้อขายยังอยู่ในระดับที่สูงจะไม่เห็นหั่นราคาที่รุนแรง

สำหรับการตั้งรับการแข่งขัน หากมีการดึงเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนไป บล.เคจีไอ จะใช้วิธีการเข้าไปพูดคุยกับลูกค้า และปรับลดค่าคอมมิชชั่น เพื่อจูงใจให้ลูกค้าไม่ย้ายตามเจ้าหน้าที่ไป และช่วยให้ลูกค้าอยู่กับบริษัทต่อไป

ปัจจุบันมีนักลงทุนรายใหญ่ 30% ของมูลค่าการซื้อขาย และนักลงทุนทั่วไป 70% บริษัทตั้งใจจะรักษานักลงทุนรายบุคคลไว้ เพราะนักลงทุนรายใหญ่จะเปลี่ยนโบรกเกอร์ค่อนข้างเร็ว แต่ช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า ลูกค้ารายใหญ่เริ่มเข้ามาซื้อขายกับเคจีไอมากขึ้น เพราะพอร์ตลูกค้าของนักลงทุนรายใหญ่ในปัจจุบันมีขนาดที่ใหญ่มากจนไม่สามารถเทรดที่โบรกเกอร์รายใดรายหนึ่งได้ ต้องเลือกโบรกที่ 2 และ 3 ซึ่งโบรกนั้นเป็นโบรกที่เสถียรและมั่นคง จึงได้นักลงทุนรายใหญ่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าคอมรายใหญ่ไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดแน่นอน แต่จะสูงกว่าหรือเท่ากับตลาด ซึ่งลูกรายใหญ่ที่เทรดกับบริษัทจะเป็นลูกค้าที่เน้นการเทรดแบบรวดเร็ว

ปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนส่วนใหญ่เป็นรายบุคคล 70% และ 20-25% เป็นนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันเรามีมาร์เก็ตแชร์ระดับสูงอยู่ที่ 4% บริษัทตั้งเป้ารักษาระดับปัจจุบันไว้ ปีที่ผ่านมาบริษัทเน้นพัฒนาระบบ และบริษัทเห็นจุดอ่อนว่า บริษัทไม่มีหุ้นไอพีโอเข้ามา ทำให้เสียลูกค้าไปบ้างส่วน โดยปีนี้ฝ่ายวาณิชธนกิจ เริ่มชูหุ้นไอพีโอ ซึ่งจะนำเสนอขายนักลงทุนได้อย่างน้อย 2-3 บริษัท มูลค่าการระดมขนาดกลาง โดยจะเริ่มช่วงไตรมาส 2 ซึ่งทิศทางตลาดไอพีโอ ยังดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งจะช่วยดึงลูกค้าที่ต้องการหุ้นไอพีโอเข้ามาใช้บริการซื้อขายหุ้นผ่านบริษัท

นายสมชาย ยังย้ำด้วยว่า ส่วนรายได้ของบริษัทนั้น มีการกระจายรายได้ดีมาก และเป็นสิ่งที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องการเป็นแบบเรา โดยบริษัทมีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่า 50% และมีรายได้จากพอร์ตลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ การออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ และรายได้จากดอกเบี้ยอีก 50% ทีมงานที่ไม่ใช้ด้านค้าหลักทรัพย์แข็งแกร่ง และเป็นเบอร์หนึ่งของทุกสาย

สิ่งที่เราเป็น คือ โครงสร้างในฝันของหลายบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นแบบนี้ ถ้าผลิตภัณฑ์ใดไม่ได้รับนิยม หรือมูลค่าการซื้อขายหายไป เคจีไอจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะพอร์ตบริษัทมีผลตอบแทนที่ดี มีรายได้มาก มีโปรแกรมการซื้อขายจากไต้หวันมาช่วย มีผลตอบแทนอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศฟิกอินคัม อันดับ 1 ของโบรกเกอร์ ทั้งการออกตราสารหนี้ การจับคู่ธุรกิจ และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ แม้จะมีคู่แข่งเยอะขึ้น แต่ยังรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมได้