ตร.ออกเรือเตือนภัยกลางคืน หวั่นคนร้ายขืนใจหญิงชราอีก

ตร.ออกเรือเตือนภัยกลางคืน หวั่นคนร้ายขืนใจหญิงชราอีก

ตร.สามพราน ล่องเรือแม่น้ำท่าจีน ป้องกันภัยให้ชาวบ้านที่มีหญิงชราอยู่ตามลำพัง กรณีฆาตกรโรคจิตข่มขืนต่อเนื่อง

หลังจากเกิดเหตุการณ์ฆาตกรโรคจิตออกข่มขืนหญิงสูงวัยในหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม จนล่าสุด ได้ก่อเหตุในเขตอำเภอพุทธมณฑลและอำเภอนครชัยศรี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวมีการระดมกำลังกันออกตามล่าหาตัวมาดำเนินคดี สร้างความหวาดผวาให้กับหญิงสูงวัยในทุกพื้นที่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้

พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน จังหวัดนครปฐม บอกว่า ทุกคืนที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุตนได้จัดสายตรวจทางน้ำและทางบกออกเตือนภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งคอยออกตรวจระวังภัยให้กับชาวบ้านทุกหมู่บ้าน โดยมีการประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในแต่ละตำบลให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ลูกบ้านที่มีหญิงสูงอายุพักอยู่เพียงลำพัง ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้นำสายตรวจ พร้อมด้วย สวป.และพนักงานสอบสวน จาก สภ.สามพราน ลงเรือออกตรวจบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและลำคลอง ซึ่งพบว่ามีบ้านหลายหลังที่เป็นกลุ่มเสี่ยง มีหญิงสูงวัยพักอาศัยอยู่ลำพัง โดยเริ่มออกตรวจกันตั้งแต่ 22.00 น.ไปจนถึงรุ่งเช้าของทุกวัน

พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง บอกอีกว่า จากการออกตรวจเมื่อคืนที่ผ่านมาพบว่า ในพื้นที่อำเภอสามพราน มีหญิงชราที่เป็นกลุ่มเสี่ยงล่าสุดจำนวน 30 หลังคาเรือน ที่พักอาศัยอยู่ตามลำพัง ประกอบด้วยตำบลทรงคนอง 7 ราย ตำบล ยายชา 6 ราย ตำบลบางช้าง 5 ราย ตำบลตลาดจินดา 3 ราย ตำบลหอมเกร็ด 3 ราย ตำบลบ้านใหม่ 2 ราย ตำบลคลองจินดา 1 ราย และหมู่บ้านศุภมงคล 4 ราย

ทางด้าน สภ.นครชัยศรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.ไชยศ มุกดาหาญ รอง ผกก.ป.ได้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตลอดคืนเช่นกัน โดยมีการเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในแต่ละตำบลมาร่วมประชุม เพื่อแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการสำรวจและดูแลลูกบ้านให้ได้รับความปลอดภัยจากฆาตกรโรคจิตที่ออกข่มขืนหญิงสูงวัย

พ.ต.ท.ไชยศ มุกดาหาญ รอง ผกก.ป.บอกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการเรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลลานตากฟ้า มาประชุมหารือที่วัดพุทธรังสี โดยมีการกำหนดแบ่งหน้าที่ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านดูแลลูกบ้านที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โดยมีการกำหนดแบ่งจำนวนคนที่จะดูแลบ้านแต่ละหลัง ซึ่งได้นำอาสาสมัคร อป.พร.ตำรวจบ้าน ในพื้นที่ มาช่วยกันคอยสอดส่องตลอดคืน และมีการกำหนดความรับผิดชอบชัดเจน ว่าใคร จะดูแลบ้านหลังไหน หนึ่งคนจะดูแลกี่หลัง ใครรับผิดชอบหลังไหนบ้าง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถป้องกันเหตุการณ์ข่มขืนต่อเนื่องจากฆาตกรโรคจิตได้แน่นอน ระหว่างที่กำลังมีการติดตามล่าหาตัวฆาตกรดังกล่าว

ส่วนหน่วยปฎิบัติการพิเศษ (นปพ.ภาค7) หรือหน่วยอินทรี 7 เมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ รอง ผบช.ภ.7 ได้สั่งการให้ชุดปฎิบัติการพิเศษเคลื่อนที่เร็ว(รถจักรยานยนต์) ออกตรวจในยามค่ำคืน เน้นสองพื้นที่หลักคือ อำเภอพุทธมณฑล และ อำเภอนครชัยศรี เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน และเพื่อสังเกตุคนร้ายที่อาจจะออกมาก่อเหตุและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเป็นครั้งที่ 11 อีกด้วย