แก้รุกอุทยานฯสิรินาถออกเอกสารมูลค่ากว่า3หมื่นล.

แก้รุกอุทยานฯสิรินาถออกเอกสารมูลค่ากว่า3หมื่นล.

กอ.รมน.ติดตามแก้ปัญหาการบุกรุกเขตอุทยานฯสิรินาถ พบความเสียหายออกเอกสารไม่ถูกต้อง มีมูลค่ากว่า3หมื่นล้าน

ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พลตรี รณรงค์ โคตรดำรงค์ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งประสานความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีนาวาเอกบวร พรมแก้วงาม รอง ผอ.กอ.รนม.ภูเก็ต นายภาคภูมิ สุวรรณรัตน์ ปลัดจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภูเก็ต นายบุรี ธรรมรักษ์ จ่าจังหวัดภูเก็ต นายกิติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ นายสุจิตต์ จันทร์สว่าง นักวิชาการแผนที่ภาพถ่ายชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเกษม สุขวารี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต นายสัญญธวัชช์ ริ้วเหลือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยในตอนหนึ่งของการรายงานสถานการณ์การบุกรุพื้นที่ป่าของจังหวัดภูเก็ต นายสุจิตต์ จันทร์สว่าง นักวิชาการแผนที่ภาพถ่ายชำนาญการพิเศษ ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินอุทยานสิรินาถ ต.สาคู อ.ถลาง ว่า จากการที่กรมอุทยานฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเอกสารสิทธิ และปราบปรามการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดิน ในเขตอุทยานสิรินาถ โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทั้งตำแหน่งแปลงที่ดิน สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในแปลง และอื่นๆ รวมทั้งการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานรายงานกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อสั่งกรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิต่อไป

ซึ่งได้การจัดเจ้าหน้าที่ลงปฏิบัติงานในพื้นที่จำนวน 20 ชุด จาก 16 สำนักในสังกัดกรมอุทยานฯ ใช้กำหลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 100 นาย ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงวันที่ 14 มกราคม 2558 ปรากฏว่า มีการส่งให้อัยการเพื่อส่งฟ้องศาลและแจ้งกรมที่ดินเพื่อเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จำนวน 4 แปลง นอกจากนี้ยังมีการสำรวจแปลงที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนอุทยานสิรินาถ จำนวน 815 แปลง ซึ่งได้รับสารบบแล้ว 382 แปลง และตรวจสอบแล้วมีความเห็นให้กรมอุทยานฯ แจ้งกรมที่ดิน เพื่อเพิกถอน ตามมาตร 61 จำนวน 16 แปลง เนื้อที่ประมาณ 244 ไร่เศษ และยังได้แจ้งให้ที่ดินจังหวัดภูเก็ตส่วนแยกถลาง ยกเลิกคำขอออกโฉนด จำนวน 5 ราย เนื้อที่ 415 ไร่เศษ ในพื้นที่ตำบลสาคู

เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า และไม่มีการทำประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งทาง สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตส่วนแยกถลางก็ได้มีการยกเลิกคำขออกโฉนดในที่ดินดังกล่าวไปแล้ว รวมทั้งได้ส่งเรื่องให้ ดีเอสไอ และ ปปช.ดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิอีก 374 แปลง จากที่ดินจำนวน 815 แปลง ซึ่ง พบว่า มีจำนวน 313 แปลง ที่ได้มีการพัฒนาเป็นโรงแรม รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ

“ในส่วนของมูลค่าความเสียหายของทรัพยากรในเขตอุทยานฯ สิรินาถ เปรียบเทียบกับมูลค่าประเมินราคาที่ดิน ซึ่งจากการตรวจสอบแล้ว และมีความเห็นแจ้งกรมดินเพื่อเพิกถอนตามมาตร 61 จำนวน 16 แปลง เนื้อที่ 244 ไร่ แจ้งให้กรมที่ดิน (สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ส่วนแยกถลาง) ยกเลิกคำขอออกโฉนด จำนวน 5 ราย เนื้อที่ 415 ไร่เศษ และแปลงที่ดินซึ่งกรมที่ดินมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน 7 คำสั่ง จำนวน 34 แปลง เนื้อที่ 374 ไร่เศษ รวมพื้นที่เสียหาย 1,035 ไร่เศษ ซึ่งมีการซื้อขายตามราคาประเมินที่ดินกันอยู่ในตลาดไร่ละ 30 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 31,000 ล้านบาทเศษ”

นายสุจิตต์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของปัญหาอุปสรรคที่พบในระหว่างการดำเนินการ โดยปัญหาหลัก คือ การขอสารบบที่ดินในส่วนที่เป็นสาระสำคัญจากกรมที่ดินที่ค่อนข้างจะลำบาก และข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน เพราะในการตรวจสอบต้องการสารบบตั้งแต่เริ่มต้นการขอออกเอกสาร จนถึงออกเป็นเอกสารสิทธิแล้ว จึงเห็นควรให้ผู้ว่าฯแต่งตั้งคณะทำงานที่ดิน ปกครอง อุทยานฯ เพื่อกำกับดูแลการถ่ายสรบบที่ดิน ก่อนส่งมอบให้คณะทำงาน ให้ศูนย์อำนวยการฯ กรมอุทยานฯ ทวงถามสำเนาการครอบครองที่ดินจากกรมที่ดิน ผลการพิจารณาแนวเขตป่าเขารวกเขาเมืองจากกรมป่าไม้ แปลงที่ดินเฉพาะรูปแปลง 147 แปลง เห็นควรให้ชุดในพื้นที่หรือพื้นที่ดำเนินการเพื่อความสะดวก ให้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของกรมที่ดินที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินในอุทยานเข้ามาทำงานร่วมกับกรมอุทยานฯ รวมทั้งในส่วนของ กอ.รมน.ด้วย เพื่อให้การตรวจสอบเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อนำที่ดินกลับคืนมาเป็นของส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติกร กรมอุทยานฯ ซึ่งได้ทำตรวจสอบการขั้นตอนของการออกเอกสารสิทธิที่ดินอุทยานฯ สินินาถ รายงานต่อที่ประชุมว่า มีการทำกันเป็นขบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถออกเป็นโฉนดที่ดิน ซึ่งมีอยู่แปลงหนึ่งใช้เม็ดเงินในการดำเนินการจนเสร็จสิ้นกระบวนการมากถึง 700 ล้านบาท และบางแปลงเกิดกรณีของ ส.ค.1 บวม เช่น ในพื้นที่ ต.สาคู อ.ถลาง จากเนื้อที่ ส.ค.1 เนื้อที่ 7 ไร่ ด้วยการแจ้ง ส.ค.1 หาย หลังจากนั้นได้มีการขอออกใหม่เป็น นส.3 จำนวน 8 แปลง และแตกย่อยเพิ่มอีก 7 แปลง จนมาเป็นโฉนดที่ดินเนื้อที่ 62 ไร่ เป็นต้น

ขณะที่พลตรี รณรงค์ โคตรดำรงค์ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวภายหลังรับฟังการรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า จากผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่ได้รับทราบ จะได้นำไปรายงานต่อผู้บริหารระดับสูง และรัฐบาลต่อไป รวมถึงปัญหาเรื่องของงบประมาณในการสอบตรวจต่อไป ซึ่งจะได้ไปหารือกับอธิบดีกรมอุทยานฯ และประสานกับกรมที่ดินในเรื่องของสารบบที่ดินที่จะต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา และการส่งเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายเข้ามาทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะส่งเจ้าหน้าที่ฝ่าย กอ.รมน. มาทำงานร่วมกับคณะทำงาน

เพราะจากที่ฟังการรายงานเชื่อว่า การออกเอกสารสิทธิที่ไม่ถูกต้องนั้นมีการทำกันเป็นขบวนการ และมีข้าราชการบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง และเชื่อว่ามีการจ่ายเงินในการวิ่งเต้นเพื่อขอออกเอกสารสิทธิจริง เพราะได้เอกสารที่เป็นโฉนดแล้ว ก็จะคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน ส่วนตัวเชื่อว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวสามารถสำเร็จได้ โดยในส่วนของราชการเองก็ต้องมีศักดิ์ศรี ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ ส่วนตัวพอใจกับผลการปฏิบัติงานของเจ้าที่ในการตรวจสอบติดตามและทวงคืนที่ดินสาธารณะ และการที่จะเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาของพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (28 ม.ค.) พลตรีรณรงค์ โคตรดำรงค์ พร้อมคณะ และนายกิติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ นายสุจิตต์ จันทร์สว่าง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ